posttoday
ชงผนึกกำลังบูรณาการแก้ปัญหาแม่วัยใสอาเซียน

ชงผนึกกำลังบูรณาการแก้ปัญหาแม่วัยใสอาเซียน

17 มีนาคม 2557

ผ่านวาเลนไทน์มาได้ 1 เดือน แต่สถิติคุณแม่วัยใสทั่วอาเซียนไม่ได้หยุดวิ่ง

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

ผ่านวาเลนไทน์มาได้ 1 เดือน แต่สถิติคุณแม่วัยใสทั่วอาเซียนไม่ได้หยุดวิ่ง แนวโน้มจำนวนคุณแม่วัยใสอายุต่ำกว่า 20 ปี ยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

รายงานการพัฒนาแห่งสหัสวรรษขององค์การสหประชาชาติ ปี 2556 ระบุถึงจำนวนล่าสุดที่แต่ละประเทศส่งมาว่า ลาวมีอัตราการคลอดของคุณแม่อายุ 15-19 ปี สูงที่สุดในอาเซียน โดยมี 110 คนต่อ 1,000 คนในปี 2548 ตามด้วยฟิลิปปินส์ 53 คนในปี 2549 และอินโดนีเซีย 48 คนในปี 2553 ขณะที่ไทยอยู่ที่ 46.7 คนในปี 2552 เป็นอันดับ 5 ของอาเซียน อันดับ 15 ของเอเชีย และอันดับ 107 ของโลก

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย ระบุว่า อัตราดังกล่าวของไทยปี 2555 เพิ่มขึ้นเป็น 53.8 คนต่อ 1,000 คนแล้ว

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) บอกว่า ตัวเลขดังกล่าวค่อนข้างน่าตกใจ เพราะเมื่อเทียบกับประเทศในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน และสิงคโปร์ อัตราการคลอดของวัยรุ่นหญิงอายุ 15-19 ปี มีแค่ 26 คนต่อ 1,000 คนเท่านั้น

นอกจากนี้ ตัวเลขดังกล่าวยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ในอาเซียน ทั้งฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และกัมพูชา เป็นตัวเลขที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งอยู่ที่ 35 คนต่อ 1,000 คน

ด้าน นวกัณฑ์ อุบล ประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย วิเคราะห์ว่า เรื่องคุณแม่วัยใสถือเป็นปัญหาใหญ่ของไทย เพราะข้อมูลจากบางแหล่งระบุว่าขณะนี้ไทยมียอดคุณแม่วัยใสเป็นอันดับ 2 รองจากลาว

“ยิ่งถ้าเทียบว่า เด็กและเยาวชนไทยอายุไม่เกิน 25 ปี มีประมาณ 22 ล้านคน ขณะที่ประชากรลาวทั้งประเทศมีไม่ถึง 10 ล้านคน จะยิ่งเข้าใจเลยว่า จำนวนเยาวชนเขาก็มีน้อยกว่า และเมื่อเทียบเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงๆ จำนวนของเราก็มากกว่า”

นวกัณฑ์ มองว่า ปัญหาในไทยมาจาก 2 ส่วน 1.ค่านิยมการมีเพศสัมพันธ์ที่เปลี่ยนแปลงไป วัยรุ่นยุคใหม่คิดว่าการมีเพศสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องแปลก แนวโน้มอายุผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกลดลงต่อเนื่อง ปัจจุบันเด็กอายุ 1516 ปี ก็มีเพศสัมพันธ์แล้ว

2.การเข้าถึงสื่ออินเทอร์เน็ต ปัจจุบันอินเทอร์เน็ตเข้าถึงทุกพื้นที่ แต่ไม่ได้มีการป้องกันเท่าที่ควร เด็กที่เข้าชมเว็บไซต์ไม่เหมาะสม ก็อาจจินตนาการถึงเรื่องความรักและเพศสัมพันธ์ไปไกล นำไปสู่ความอยากลอง

นวกัณฑ์ แนะนำว่า การแก้ปัญหาคุณแม่วัยใส ต้องมาจากคน 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือเด็กและเยาวชนเอง ต้องปฏิบัติ 4 อย่าง 1.รู้จักตัวเอง เข้าใจความเปลี่ยนแปลงในร่างกายและฮอร์โมนของตัวเอง 2.รู้จักผู้อื่น ทั้งเพศตรงข้ามและเพศเดียวกันเอง รวมถึงให้เกียรติอีกฝ่าย 3.รู้จักใช้ทักษะทางสังคม วางตัวให้ดีเมื่ออยู่กับเพศตรงข้าม รู้จักปฏิเสธเมื่ออีกฝ่ายชวนมีเพศสัมพันธ์ หรือรู้จักป้องกันหากจำเป็นต้องมีจริงๆ และ 4.หันไปทำกิจกรรมให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้หมกมุ่นแต่เรื่องเพศสัมพันธ์

ส่วนอีกกลุ่มคือกลุ่มผู้ใหญ่ ต้องปฏิบัติ 3 ส่วน 1.รัฐต้องเอาจริงเอาจังกับปัญหา ยกปัญหาคุณแม่วัยใสเป็นวาระแห่งชาติ 2.สื่อมวลชนต้องรับผิดชอบต่อวิชาชีพ ปัจจุบันมีรายการฟรีทีวีบางรายการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความรักความใคร่แบบฉับไวออกอากาศในเวลาปกติ ขณะที่รายการสอนวิธีดูแลป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยในการมีเพศสัมพันธ์ฉายในเวลาที่เด็กและเยาวชนนอนแล้ว สื่อควรคำนึงถึงเนื้อหาที่ตัวเองจะนำเสนอให้ดีว่าจะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง

“เรากำลังจะเข้าสู่ยุคทีวีดิจิตอล แต่เด็กก็คงไม่ได้ดูแต่ช่องเด็กอย่างเดียว ดังนั้น สื่อก็ต้องผลิตรายการโดยคำนึงถึงเด็กด้วย ไม่ว่าช่องใดก็ตาม เพราะเด็กอาจไม่ได้มีวุฒิภาวะเหมือนผู้ใหญ่”

3.รัฐเอกชนประชาสังคมทำงานบูรณาการกันทั้งระบบ ปัจจุบันเห็นกระทรวงศึกษาธิการทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขแล้ว แต่ในความเป็นจริงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเด็กไม่ได้มีแค่นั้น ยังมีหน่วยงานอื่น เช่น กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ก็ต้องเข้าไปบูรณาการด้วย เพื่อคุมการเข้าถึงเว็บที่ไม่เหมาะสม ขณะที่ภาคเอกชนก็ควรช่วยสนับสนุนองค์กรที่ดูแลปัญหาคุณแม่วัยใส และภาคประชาสังคมก็ต้องลงมาดูแลเด็กในชุมชนอย่างใกล้ชิด

“อย่าลืมว่าการจัดกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ไม่ได้วัดแค่ด้านเศรษฐกิจ แต่ดูเรื่องการพัฒนาสังคมด้วย ตัวชี้วัดหนึ่งคือเด็กและเยาวชน เพราะกลุ่มนี้คือผู้พัฒนาประเทศในอนาคต หากเรายังมีคุณแม่วัยใสสูงขึ้นต่อเนื่อง ต่างชาติก็จะคิดว่าเรามีแต่แม่วัยใสที่ไม่พร้อมเลี้ยงดูบุตร และเราก็จะมีภาพลักษณ์แย่ในอาเซียน”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท