
ไร้ยุทธศาสตร์ (1)
หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 9 ต่อ 0 ตัดสินว่าการออก พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขัดกับรัฐธรรมนูญ ก็เกิดวาทกรรมแย้งว่า การที่กฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทตกไป จะทำให้ประเทศมีขีดความสามารถในการแข่งขันด้อยลงและมีต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้น ผมจึงอยากตั้งคำถามให้ช่วยกันขบคิดใน 2 เรื่อง
หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 9 ต่อ 0 ตัดสินว่าการออก พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขัดกับรัฐธรรมนูญ ก็เกิดวาทกรรมแย้งว่า การที่กฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทตกไป จะทำให้ประเทศมีขีดความสามารถในการแข่งขันด้อยลงและมีต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้น ผมจึงอยากตั้งคำถามให้ช่วยกันขบคิดใน 2 เรื่อง
หนึ่ง รัฐบาลเคยกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไว้หรือไม่
สอง ขีดความสามารถในการแข่งขันด้านใดที่ด้อย ด้านใดที่เป็นจุดแข็ง
เอาเรื่องยุทธศาสตร์ก่อน ถ้าตีความว่า “ยุทธศาสตร์” หมายถึง “วิธีการที่จะนำเอาพลังอำนาจของชาติมาใช้ให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด”
ผมสรุปได้ว่า รัฐบาลของไทยไม่เคยกำหนดยุทธศาสตร์ที่เป็นรูปธรรม
ภาคการผลิต ในช่วงที่ผ่านมามีการปรับตัวที่ค่อนข้างช้าเมื่อเปรียบเทียบกับภาวะที่โลกปรับเปลี่ยนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจที่อาศัยฐานความรู้เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนา อันนี้ผมวัดเอาจากประสิทธิภาพการผลิตทั้งในภาคเกษตรและอุตสาหกรรมยังอยู่ในระดับต่ำกว่าประเทศคู่แข่ง
พืชเกษตรหลักไม่สามารถแข่งขันได้ มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสิ้นเปลือง ขาดการอนุรักษ์ฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ ขาดการปฏิรูปที่ดินและทรัพยากรน้ำ และเป็นปัญหาที่กระทบต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว
ขณะที่ภาคเกษตรกร ซึ่งมีคนในประเทศนี้ร่วม 30 ล้านคน ดำรงชีพอยู่นี้ยังขาดความเข้มแข็ง ขาดการมีส่วนร่วมในการพัฒนาศักยภาพ
ภาคอุตสาหกรรม ซึ่งหล่อเลี้ยงประเทศให้ขยายตัวอย่างรวดเร็วจนจีดีพีเพิ่มขึ้นจาก 1011 ล้านล้านบาท เป็น 12 ล้านล้านบาท กลับปรากฏว่าภาคอุตสาหกรรมกลับมีต้นทุนในกระบวนการผลิตสูง แรงงานขาดทักษะ
ที่สำคัญผู้ผลิตในหลายระดับกลับไม่สามารถปรับตัวมาใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในกระบวนการผลิต จนทำให้ผลิตภัณฑ์โดยรวมมีคุณภาพต่ำ ขาดการออกแบบที่ดี
นอกจากนี้ ยังมีจุดอ่อนในด้านการสร้างมูลค่าเพิ่มของภาคการผลิต ขาดการพัฒนา ขาดการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง อุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมส่วนใหญ่ยังอ่อนแอ นี่จึงเป็นเหตุที่ทำให้ผู้ประกอบการของไทยส่วนใหญ่ยังไม่สามารถปรับตัวเพื่อการแข่งขันในตลาดที่แข่งขันกันสูง
คำถามตัวโตคือ เราเคยกำหนดยุทธศาสตร์อะไรกับสิ่งเหล่านี้หรือไม่







