posttoday
ดีแทค แอคเซเลอเรต 2.0 เร่งเครื่องคนไทยสู่แอพระดับโลก

ดีแทค แอคเซเลอเรต 2.0 เร่งเครื่องคนไทยสู่แอพระดับโลก

17 มีนาคม 2557

ดีแทค แอคเซเลอเรต 2.0 (dtac Accelerate 2.0) เป็นโครงการสตาร์ตอัพของดีแทค

โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์

ดีแทค แอคเซเลอเรต 2.0 (dtac Accelerate 2.0) เป็นโครงการสตาร์ตอัพของดีแทค ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 เพื่อตอกย้ำให้เห็นว่าการสนับสนุนนักพัฒนาไทยในการสร้างสรรค์ผลงานไปสู่ระดับโลกนั้น ไม่ใช่เป็นแค่เทรนด์ที่จะบูมขึ้นมาปีเดียวแล้วหายไป แต่มีการสานต่อโครงการ และในปีที่ 2 นี้ โครงการใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เพราะเทเลนอร์กระโดดลงมาร่วมสนับสนุนอีกแรงหนึ่ง พร้อมงบรวม 100 ล้านบาท และพันธมิตรอีกไม่น้อย บอกได้เลยว่าไม่ธรรมดา

ย้อนกลับไปสู่ความสำเร็จปีที่ผ่านมา ทีมที่ชนะดีแทค แอคเซเลอเรต ปีแรก คือ ฟาสต์ อิน โฟลว์ (Fast in Flow) เกิดจากกลุ่มนักการตลาดรุ่นใหม่ที่เห็นว่าข้อมูลทางการตลาดเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจและต้องการความรวดเร็วในการรวบรวมและนำไปใช้งานจนกลายเป็นแอพ fastinflow ประกอบด้วย เฉลิมยุทธ บุญมา หนึ่งในผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัทพร้อมด้วยเพื่อนร่วมทีมอีก 3 คน ที่ร่วมกันพัฒนาผลงาน

เฉลิมยุทธ เล่าว่า ด้วยประสบการณ์ทำงานด้านการตลาด รู้ว่าจะทำวิจัยผู้บริโภคต้องใช้เวลา 12 เดือน แต่ในยุคดิจิตอล ความต้องการอาจจะเปลี่ยนได้ตลอดเวลา จึงพัฒนาแอพที่ช่วยในการทำวิจัยให้เสร็จได้ภายในวันเดียว โดยนักวิจัยจะตั้งคำถาม 3 ข้อผ่านแอพ และส่งไปยังกลุ่มตัวอย่างเพื่อตอบและส่งกลับมา ยิ่งได้มีโอกาสไปซิลิคอน วัลเลย์มา ได้พบกับกลุ่มที่ปรึกษาและกลุ่มนักลงทุน ได้รับคำแนะนำเพื่อจะต่อยอดแอพออกไปได้อีกอย่างมหาศาล ทำให้เห็นโอกาสสร้างรายได้ จึงออกจากงานประจำมาทำเต็มตัว

“ตอนนี้เห็นโอกาสสร้างรายได้จากแอพ fastinflow อีกมาก เลยออกจากงานประจำมาทำแอพเต็มตัว ตอนนี้รู้ว่าแอพนี้ไปถึงระดับโลกได้ด้วย จากหลักการง่ายๆ คือ ให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดแอพ ถ้าตอบคำถามจะเป็นการเก็บแต้มเพื่อไปแลกของรางวัล ทำให้ได้คำตอบที่เร็ว และยังได้กลุ่มเป้าหมายที่ตรงที่สุด”เฉลิมยุทธ กล่าว

สำหรับรายได้ของ fastinflow จะมาจากบริษัท ทำวิจัยการตลาดที่ต้องการส่งคำถามออกไป จากนั้น จะเจรจากับพันธมิตรต่างๆ เพื่อหาของรางวัล เช่น บัตรส่วนลด ตั๋วหนัง มาเตรียมให้กับผู้ตอบคำถาม

ขณะที่โครงการในปีนี้น่าตื่นเต้นกว่าเดิมมาก เนื่องจากดีแทคศึกษาผลในปีที่ผ่านมา แล้วนำมาปรับปรุงอุดช่องว่างต่างๆ สร้างทีมสนับสนุนที่แข็งแกร่งกว่าเดิม มีทีมที่ปรึกษา มีแผนการตลาดทั้งไทยและอีก 13 ประเทศที่เทเลนอร์ให้บริการอยู่ และให้เงิน สนับสนุนมากขึ้น

ซิคเว่ เบรคเก้ เจ้าหน้าที่บริหารสูงสุด เทเลนอร์ เอเชีย บอกว่า เทเลนอร์เห็นโอกาสที่กำลังจะเกิดขึ้นกับนักพัฒนาไทย และเชื่อว่าใน 5 ปีจากนี้จะเห็นความเปลี่ยนแปลงผ่านการสนับสนุนจากดีแทคและเทเลนอร์ในการสร้างอีโคซิสเต็มให้เกิดขึ้นในธุรกิจโมบายและดิจิตอล ซึ่งจะเกิดทั้งในประเทศไทยและอย่างน้อย ใน 13 ประเทศที่เทเลนอร์ให้บริการโทรคมนาคมอยู่ ถือเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ใหญ่ที่สุด ดังนั้นงบประมาณ 100 ล้านบาท ถือว่าคุ้มค่ามาก

ทั้งนี้ หลังจากผ่านการรับสมัครถึงกลางเดือน เม.ย.นี้แล้ว ได้แบ่งทีมที่สมัครออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่มีแนวคิดหรือไอเดียเจ๋งๆ ที่สามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ได้ หรือ อินคิวเบชั่น และ 2.กลุ่มที่มีผลิตภัณฑ์เจ๋งๆ และต้องการต่อยอด หรือ แอคเซเลอเรต ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มจะมาในแบบทีมหรือบริษัทก็ได้ ทีมที่ผ่านเข้ารอบจะได้รับทุนทันที 5 แสนบาท และอาจได้รับเงินสนับสนุนต่อเนื่อง รวม 1.5 ล้านบาท หากผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับต่อไป

นอกจากนี้ ดีแทคและเทเลนอร์ได้จัดหา ที่ปรึกษาระดับโลกจากซิลิคอน วัลเลย์ และภูมิภาคเอเชียในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โมเดลธุรกิจการทำตลาด เช่น โกลเด้นท์ เกท เวนเจอร์ ธุรกิจเงินร่วมลงทุนชั้นนำในสิงคโปร์ ไซเบอร์ เอเจ้นท์ เวนเจอร์ ธุรกิจเงินร่วมลงทุนที่มีมูลค่า 6.4 พันล้านบาทในญี่ปุ่น แบล็คบ็อกซ์ เวนเจอร์ ธุรกิจร่วมทุนจาก ซิลิคอน วัลเล่ย์ สหรัฐอเมริกา รวมถึงที่ปรึกษาทางกฎหมายและการเงิน เช่น ไพรซ์วอเทอร์เฮาส์คูเปอส์ หรือ พีดับบลิวซี สุดท้ายจะได้โอกาสเข้าร่วมโครงการ Blackbox Connect ที่ซิลิคอน วัลเลย์ สหรัฐอเมริกา 2 สัปดาห์ และเดินทางไป Pitch กับธุรกิจเงินร่วมลงทุน หรือ VC ในสิงคโปร์และญี่ปุ่น ซึ่งจะได้รับประสบการณ์อันล้ำค่าในการเป็น สตาร์ตอัพ ตัวจริงที่พร้อมลุยตลาดโลก

จอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของดีแทค บอกว่า ปีที่ผ่านมาเน้นการพัฒนาโมบายแอพเป็นหลัก แต่ในปีนี้ได้กระจายไปในทุกหมวดหมู่ เช่น เกม อีคอมเมิร์ซ บริการทางการเงิน เพย์เมนต์ การศึกษา แผนที่และภูมิศาสตร์ สาธารณสุขและสุขภาพ และอื่นๆ เปิดกว้างสำหรับทุกๆ ไอเดียที่สามารถต่อยอดและพัฒนาไปในเชิงพาณิชย์ได้ และโครงการสตาร์ทอัพลักษณะนี้ เทเลนอร์ ตัดสินใจร่วมมือและลงทุนกับดีแทคที่ประเทศไทยเป็นแห่งแรก

นี่คือบทพิสูจน์ถึงจุดเด่นของนักพัฒนาไทย คือ การมีความคิดสร้างสรรค์ ไอเดียแปลก แหวกแนว เมื่อผ่านการสนับสนุนจากโครงการสตาร์ตอัพแล้ว ถือว่าเป็นบันไดก้าวแรกที่จะส่งให้นักพัฒนาไทยออกไปทำธุรกิจและสร้างรายได้ในระดับโลก

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า