
ลูกบ้าน‘โนเบิล’จี้แยกตั้งนิติบุคคล
ลูกบ้านโนเบิล จีโอ วัชรพล โวยตั้งนิติบุคคลไม่ได้ โนเบิลแจงติดปัญหา ปว.286
ลูกบ้านโนเบิล จีโอ วัชรพล โวยตั้งนิติบุคคลไม่ได้ โนเบิลแจงติดปัญหา ปว.286
นายนครินทร์ ธีระภินันท์ หนึ่งในลูกบ้านโครงการโนเบิล จีโอ วัชรพล เปิดเผยว่า หลังจากซื้อบ้านเดี่ยวในโครงการโนเบิล จีโอ วัชรพล มาเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นหลังสุดท้ายของโครงการนี้ และเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่เมื่อช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ทราบว่าหมู่บ้านโนเบิล จีโอ วัชรพล กำลังประสบปัญหาในการจัดตั้งนิติบุคคลบ้านจัดสรร
ทั้งนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว เป็นเพราะโครงการโนเบิล จีโอ อยู่บนที่ดินที่มีใบอนุญาตก่อสร้างร่วมกันกับหมู่บ้านเฟิร์สโฮม เพราะเดิมทั้งสองโครงการเป็นโครงการเดียวกับของบริษัท ศรีวราทาวน์อินทาวน์ แต่บริษัทดังกล่าวล้มละลาย และบริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ ได้เข้ามาซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาต่อ จึงทำให้ติดใบอนุญาตจัดสรรร่วมกัน ทำให้ต้องจัดตั้งนิติบุคคลร่วมกัน ซึ่งหากต้องจัดตั้งนิติบุคคลร่วมกันอาจก่อให้เกิดปัญหาการใช้คลับเฮาส์และการจัดเก็บค่าส่วนกลาง
ด้าน นายธีรพล วรนิธิพงศ์ ผู้อำนวยการโครงการ บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวสามารถจัดตั้งนิติบุคคลบ้านจัดสรรได้ แต่ต้องตั้งร่วมกับหมู่บ้านเฟิร์สโฮม เนื่องจากติดปัญหาเรื่องข้อกำหนดจัดสรรที่ดินตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 หรือ ปว.286 ก่อนที่จะมี พ.ร.บ.จัดสรรที่ดินปี 2543 กำหนดให้ไม่ให้แยกนิติบุคคลบ้านจัดสรรในโครงการที่ขออนุญาตจัดสรรไว้เดิมได้ เนื่องจากโนเบิลซื้อที่ดินมาจาก บริษัท ศรีวราทาวน์อินทาวน์ จำนวน 150 ไร่ นำมาพัฒนาโครงการโนเบิล จีโอ วัชรพล 80 ไร่ ตั้งแต่ปี 2544
สำหรับปัญหาที่ลูกบ้านกังวลใจว่าลูกบ้านของโครงการเฟิร์สโฮมจะเข้ามาใช้ส่วนกลางของโนเบิล จีโอ วัชรพล ซึ่งสิทธิที่ลูกบ้านได้แต่ละโครงการจะเห็นชัดเจนว่ามีอะไรบ้าง โดยโครงการโนเบิล จีโอ จะมี 2 สวนสาธารณะในโครงการ มีสระว่ายน้ำ และฟิตเนส ส่วนโครงการเฟิร์สโฮมจะมีเฉพาะสวนสาธารณะ 1 แห่ง ไม่มีสระว่ายน้ำ ซึ่งทางโครงการแยกการบริหารชัดเจน แม้กฎหมายไม่สามารถแยกตั้งนิติบุคคลได้
นายธีรพล กล่าวอีกว่า ประเด็นปัญหาใหญ่ในขณะนี้ น่าจะเป็นเรื่องที่ลูกบ้านโนเบิล จีโอ บางส่วนไม่ยอมจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนกลาง หลังจากในช่วงแรกที่รับโอนโครงการ บริษัทได้มีการเก็บเงินค่าส่วนกลางล่วงหน้า 3 ปี หลังละ 3 หมื่นบาท เพื่อเอามาใช้บริหารโครงการ ซึ่งเงินดังกล่าวก็เริ่มหมดไปตั้งแต่ปี 2556 ส่งผลให้บริษัทต้องสำรองจ่ายให้กับโครงการโนเบิลจีโอ วัชรพล 1 ล้านบาท เพื่อจ่ายค่าสาธารณูปโภคและค่าส่วนกลางเดือนละ 3-4 แสนบาท







