
วินาศภัยเตรียมคิดเบี้ยตามเสี่ยง
ทำฐานข้อมูลใหม่ประกันภัยรถยนต์เคลมสูงจ่ายแพง
ทำฐานข้อมูลใหม่ประกันภัยรถยนต์เคลมสูงจ่ายแพง
สมาคมประกันวินาศภัย เตรียมยกเครื่องฐานข้อมูลประกันภัยรถยนต์ หวังคิดเบี้ยสอดคล้องความเสี่ยง
นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ จะจัดตั้งศูนย์กลางด้านข้อมูลของธุรกิจประกันภัย เพื่อนำมาใช้วิเคราะห์ต้นทุนการดำเนินงาน โดยจะมีการแยกประเภทรถที่มีการเคลมมากและรถที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อจัดทำเบี้ยประกันภัยให้สอดคล้องกับความเสี่ยง
ปัจจุบันนับว่าไทยมีข้อมูลประกันภัยรถยนต์ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ การแยกเบี้ยประกันตามความเสี่ยงจะทำให้ผู้ขับขี่รถยนต์ด้วยความระมัดระวังจนไม่มีการขอเคลมจ่ายเบี้ยประกันน้อยลง
นอกจากนี้ สมาคมฯ จะผลักดันการออกกรมธรรม์ประกันภัยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น กรมธรรม์รถยนต์ภาคบังคับ หรือประกัน พ.ร.บ. กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล กรมธรรม์ประกันภัยการเดินทาง กรมธรรม์ที่อยู่อาศัย
“จะทำให้ประชาชนได้รับกรมธรรม์เร็วขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าความคุ้มครองเกิดขึ้นแล้ว จากปัจจุบันกว่าจะได้กรมธรรม์ต้องรอเวลาประมาณ 7 วัน และยังช่วยลดต้นทุนของบริษัทประกัน เพราะการออกกรมธรรม์หนึ่งฉบับมีต้นทุนประมาณ 300 บาท ซึ่งปีที่ผ่านมามีการออกกรมธรรม์ทั้งสิ้น 53 ล้านฉบับ ถ้าออกกรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ได้หมดจะประหยัดต้นทุนได้จำนวนมาก ซึ่งต้นทุนที่ลดลงเชื่อว่าบริษัทประกันภัยจะนำกลับมาคืนสู่ลูกค้า ในรูปของบริการที่ดีขึ้น หรือเบี้ยที่ถูกลงอย่างแน่นอน” นายอานนท์ กล่าว
นายอานนท์ คาดว่า ในปีนี้ธุรกิจประกันวินาศภัยจะมีเบี้ยรับรวม 2.23 แสนล้านบาท เติบโตประมาณ 1012% เมื่อเทียบกับปี 2556 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก การเติบโตของการลงทุนจากต่างประเทศ และอัตราดอกเบี้ยและอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ รวมถึงการประกันภัยรถยนต์ยังคงมีการเติบโตที่สูงที่สุดเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน
อย่างไรก็ตาม ครึ่งแรกของปี 2557 อัตราการเติบโตของเบี้ยประกันภัยอาจจะไม่ถึง 10% เนื่องจากความไม่สงบทางการเมืองทำให้ธุรกิจชะลอตัวและเบี้ยประกันภัยน้ำท่วมลดลงอย่างต่อเนื่องจากปี 2556 ทำให้เบี้ยประกันภัยทรัพย์สินลดลง หากเศรษฐกิจไม่โต ธุรกิจประกันวินาศภัยก็จะไม่โตด้วย
“ปีนี้ต้องมาลุ้นกันว่าปัญหาความไม่สงบทางการเมืองจะมีข้อยุติลงได้เมื่อไร ซึ่งถ้าสามารถจบลงได้เร็วภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศน่าจะมีความหวังฟื้นตัวเร็วขึ้น นั่นหมายถึงจะทำให้การท่องเที่ยวจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง ในขณะที่ภาคการส่งออกก็ต้องมาลุ้นกันอีกว่าจะสามารถกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งหรือไม่ ซึ่งมีการคาดว่าปีนี้การส่งออกน่าจะเติบโตประมาณ 2%”นายอานนท์ กล่าว
นายอานนท์ กล่าวว่า จากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ธุรกิจประกันวินาศภัยจะมีการแข่งขันสูงและมีการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้น ประกอบกับลูกค้ามีความรู้ในผลิตภัณฑ์ประกันภัย และรู้จักเลือกที่เหมาะกับตนเองทั้งด้านคุณภาพและราคา โดยหาข้อมูลผ่านสื่ออินเทอร์เน็ต จึงเป็นช่องทางที่ทุกบริษัทให้ความสำคัญมากขึ้น นอกเหนือจากการขายผ่านนายหน้าและตัวแทนที่ยังเป็นช่องทางหลัก ส่วนการแข่งขันทางด้านราคายังคงมีอยู่บ้าง แต่อาจจะไม่รุนแรงเนื่องจากลูกค้าให้ความสำคัญกับการบริการและความมั่นคงของบริษัทประกันภัยมากขึ้น







