
‘วิริยะ’การันตีปีนี้ไม่ขึ้นเบี้ย
คุมต้นทุนอยู่.ไม่เล่นสงครามราคารับมือเศรษฐกิจหดตัวตั้งเป้าโต9%
คุมต้นทุนอยู่.ไม่เล่นสงครามราคารับมือเศรษฐกิจหดตัวตั้งเป้าโต9%
วิริยะประกันภัยออกโรงยืนยันปีนี้ไม่ขึ้นเบี้ยรถ คุมต้นทุนอยู่ ไม่เล่นสงครามราคา ตั้งเป้าโตแค่ 9%
นายสยม โรหิตเสถียร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย เปิดเผยว่า บริษัทยังไม่มีแผนที่จะปรับขึ้นค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ หรือแข่งขันเรื่องราคา เพื่อให้ได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด แม้ปีนี้จะมีปัจจัยลบจากภาวะเศรษฐกิจและการเมืองก็ตาม เนื่องจากบริษัทยังสามารถควบคุมต้นทุนเรื่องอัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันภัยรถยนต์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จึงไม่จำเป็นต้องขึ้นเบี้ย
“ภาพรวมเศรษฐกิจตอนนี้ ทำให้คนใช้รถน้อยลง อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นก็ลดลง เห็นได้จากช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ตัวเลขอัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันภัยรถยนต์ก็เริ่มลดลงเล็กน้อยแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถเป็นตัววัดได้ทั้งหมดคงต้องรอดูช่วงกลางปีนี้อีกครั้ง หากเศรษฐกิจฟื้นตัว คนก็อาจนำรถออกมาใช้เป็นปกติก็ได้ ซึ่งเราก็ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดต่อไป” นายสยม กล่าว
นายอานนท์ โอภาสพิมลธรรม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย กล่าวว่า ปีนี้บริษัทยังคงเน้นทำตลาดประกันภัยรถยนต์อยู่เหมือนเดิม เนื่องจากมีสัดส่วนเบี้ยประกันถึง 91% ขณะที่เบี้ยประกันที่ไม่ใช่รถยนต์ หรือนันมอเตอร์ มี 9% โดยมีแผนที่จะเพิ่มอัตราการต่ออายุกรมธรรม์จาก 65% เป็น 70% อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 89% สูงกว่าอุตสาหกรรมประกันโดยรวมที่คาดว่าโตประมาณ 5% หรือมีเบี้ยประมาณ 2.13 แสนล้านบาท เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่มีเบี้ยทั้งอุตสาหกรรมอยู่ที่ 2.03 แสนล้านบาท และเติบโต 13.2%
ทั้งนี้ เป็นผลมาจากยอดขายรถยนต์ในปีนี้ปรับตัวลดลงมา เนื่องจากไม่มีโครงการรถคันแรกและยังมีปัจจัยลบจากภาวะเศรษฐกิจและการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องอีก จึงทำให้กำลังซื้อชะลอตัว เช่น เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ยอดขายรถยนต์ก็ลดลงไปกว่า 30%
สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2556 บริษัททำได้ 33,983 ล้านบาท เติบโต 21% และมีกำไร 1,658 ล้านบาท แบ่งเป็นเบี้ยรถยนต์ 30,939 ล้านบาท เติบโต 21% จากฐานลูกค้า 5 ล้านกรมธรรม์ ส่วนประกันนันมอเตอร์ 3,043 ล้านบาท เติบโต 25% จากฐานลูกค้า 1.9 ล้านกรมธรรม์ และมีเงินลงทุนอยู่ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท มีผลตอบแทนจากการลงทุนอยู่ที่ 5.83%
นอกจากนี้ ยังมีสินทรัพย์อยู่ที่ 49,386 ล้านบาท มีเงินกองทุน 21,810 ล้านบาท มีอัตราการดำรงเงินกองทุน 275% เพิ่มจากปีก่อนที่มีอยู่แค่ 248% ซึ่งเกินกว่าเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดไว้ที่ 140%







