
ซีไอเอ็มบี ไทย ชูคอมมูนิตี้ลิงก์ ดันซีเอสอาร์ด้านสิ่งแวดล้อม
การแบ่งปันให้แก่สังคม ซีไอเอ็มบี ไทยไม่ได้มองแค่ตัวเงินว่าเป็นปัจจัยหลักเพียงอย่างเดียว
“การแบ่งปันให้แก่สังคม ซีไอเอ็มบี ไทยไม่ได้มองแค่ตัวเงินว่าเป็นปัจจัยหลักเพียงอย่างเดียว หากสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือการพัฒนาต่อยอด คนในชุมชนสามารถอยู่ได้ ใช้ประโยชน์ได้ สอดร้อยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับวิถีชีวิต” ณรงค์ชัย ว่องธนะวิโมกษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์และการเงิน ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าว “ฟูมฟักรักษ์ป่า”
สำหรับนโยบายด้านซีเอสอาร์ของธนาคาร ณรงค์ชัยเล่าว่า ซีไอเอ็มบี ไทย ทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย ซีเอสอาร์ใน 3 ด้านหลัก คือ การศึกษา การกีฬา และการพัฒนาสังคม โดยมุ่งเน้นไปในแนวทางที่สนับสนุนวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนในชุมชน คน ชุมชนและองค์ความรู้ ทั้งหมดเดินไปพร้อมกัน
“จุดยืนของซีไอเอ็มบี ไทย คือ ความยั่งยืน เข้าไปสนับสนุนแล้วชุมชนเดินต่อ ลุกยืน หรือแม้แต่ก้าวกระโดด การพัฒนาทุกด้านยึดความต้องการของชุมชน ภายใต้แนวคิดคอมมูนิตี้ลิงก์ ทุกอย่างเชื่อมโยงและสนับสนุนกัน”
สำหรับโครงการล่าสุด “ฟูมฟักรักษ์ป่า” เป็นโครงการสร้างศูนย์เรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลน ที่ โรงเรียนปากน้ำปราณวิทยา โดยได้จับมือกับกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอี 36 บริษัท และพันธมิตร บริษัท ทีพีไอ โพลีน บริษัท คิงส์เมน ซี.เอ็ม.ที.ไอ พลิกฟื้นผืนป่าเสื่อมโทรมจากการทำนากุ้ง เป็นป่าชายเลนและแหล่งอาหารสัตว์น้ำที่อุดมสมบูรณ์
“เราได้พัฒนาพื้นที่ป่าชายเลนหลังโรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลน เด็กนักเรียนจะได้มีความรู้ในระบบนิเวศป่า รักและหวงแหนทรัพยากรท้องถิ่น พัฒนาเป็นมัคคุเทศก์น้อย นำเที่ยวป่าชายเลนได้อย่างน่าชม” ณรงค์ชัยเล่า
สมชัย สินแท้ ผู้อำนวยการ โรงเรียนปากน้ำปราณวิทยา กล่าวว่า การมีป่าชายเลนล้อมรอบโรงเรียนเป็นเอกลักษณ์สำคัญ และต่อเมื่อระดมความคิดเห็นจากคนในชุมชน ความต้องการคือการสร้างศูนย์การเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลน และพัฒนาโรงเรียนปากน้ำปราณวิทยา ภายใต้แนวคิดการเรียนรู้คู่ชุมชน
“เรามุ่งพัฒนาคน พัฒนาป่า ชุมชนและป่าต้องไปด้วยกัน เราจะสร้างจิตสำนึกในการรักษ์ท้องถิ่น โดยหวังว่าสิ่งนี้จะสามารถพัฒนาต่อยอดไปได้อีก ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สร้างรายได้ให้ชุมชนต่อไป” สมชัยกล่าว
ประภาส ทองสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านสื่อสารองค์กร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เล่าว่า ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ เป็นห้องเรียนนอกตำรา ที่นักเรียนได้ใกล้ชิดธรรมชาติ ซึมซับและปลุกจิตสำนึกความรักความหวงแหนป่าชายเลนในชุมชนของตน ได้เรียนรู้องค์ความรู้สมัยใหม่ ควบคู่กับการส่งเสริมองค์ความรู้ในชุมชน ศูนย์กลางที่เปิดให้โรงเรียนและชุมชนได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน
“โครงการนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ ที่โชคดีได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรและกลุ่มเอสเอ็มอีในเครือ สำคัญคือคนในท้องถิ่น โรงเรียนและชุมชน ซึ่งรวมใจเป็นหนึ่ง ขับเคลื่อนโครงการให้เกิดขึ้น”
ตบท้ายด้วยณรงค์ชัย ที่ระบุว่า โครงการถือเป็นต้นแบบ หรือโมเดลศูนย์การเรียนรู้ ที่ธนาคารจะนำไปใช้กับศูนย์การเรียนรู้อื่นๆ ทั้งนี้จะได้บรรจุในแผนดำเนินกิจกรรมสังคมปี 2557 ซึ่งตั้งเป้าหมายจะขับเคลื่อนศูนย์การเรียนรู้แบบปราณบุรีโมเดลอีก 12 แห่งทั่วประเทศ ภายใต้หลักการพัฒนาต่อยอด คนในชุมชนยืนได้ และต่อยอดได้ด้วยตัวเอง







