posttoday
บ้านปูเร่งศึกษาโรงไฟฟ้าถ่านหิน

บ้านปูเร่งศึกษาโรงไฟฟ้าถ่านหิน

14 มีนาคม 2557

บ้านปูศึกษาโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มอีก 1,000 เมกะวัตต์ รองรับการเติบโตในอนาคต

บ้านปูศึกษาโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มอีก 1,000 เมกะวัตต์ รองรับการเติบโตในอนาคต

เมื่อวันที่ 14 มี.ค.บีแอลซีพีศึกษาสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินอีก 1,000 เมกะวัตต์ ในระยอง รองรับพีดีพีแผนใหม่ ชี้ราคาถ่านหินโลกยังทรงตัวระดับต่ำ ตั้งเป้า57ผลิตจำหน่ายถ่านหินจากแหล่งอินโดฯออสเตรเลียและจีนเพิ่มขึ้น48ล้านตัน

นายประพันธ์ ลิขิตวัชรปกรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ เปิดเผยว่า บีแอลซีพี อยู่ระหว่างศึกษาการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มอีก 1,000 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันผลิตอยู่ 1,400 เมกะวัตต์ ในจังหวัดระยอง ทั้งนี้เพื่อรองรับการเติบโตความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคต ซึ่งจะระบุในแผนพัฒนาผลิตไฟฟ้าระยะยาว(พีดีพี)ฉบับใหม่ที่กระทรวงพลังงานกำลังพิจารณาอยู่ โดยโรงไฟฟ้าดังกล่าวจะใช้เงินลงทุนประมาณ 2,500-3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู กล่าวว่า ในปี 2557 บ้านปูตั้งเป้าหมายการผลิตและจำหน่ายถ่านหินจากแหล่งผลิตในประเทศอินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และจีน รวมประมาณ 48 ล้านตัน โดยบริษัทฯ จะยังคงเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และระบบการขนส่ง รวมทั้งเดินหน้าลดต้นทุนการผลิตลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้แหล่งผลิตถ่านหินในอินโดนีเซีย และออสเตรเลีย ตั้งเป้าหมายลดต้นทุนลงอีก5% และ 4% ตามลำดับในปี 2557 นี้

สำหรับทิศทางราคาถ่านหินโลกยังทรงตัวระดับต่ำ ปัจจุบันอยู่ที่ 70-90 เหรียญสหรัฐต่อตัน โดยในช่วงสองปีที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2555-2556 เป็นช่วงที่ราคาถ่านหินทั่วโลกอ่อนตัวลง บ้านปูฯ ได้ดำเนินการปรับโครงสร้างด้านต้นทุน ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และส่งเสริมการผนึกกำลังของธุรกิจถ่านหินที่บริษัทฯ ดำเนินงานอยู่ในระดับภูมิภาคเพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว นอกจากนี้ ผลประกอบการที่ดีของธุรกิจไฟฟ้า สามารถช่วยเพิ่มกระแสเงินสดที่จำเป็นแก่บริษัทในช่วงที่ราคาถ่านหินอ่อนตัว
ทั้งนี้ธุรกิจไฟฟ้าจะยังคงมีบทบาทสำคัญต่อความยั่งยืนและยุทธศาสตร์การเติบโตของบ้านปูฯ ต่อไปในระยะยา

"ดัชนีราคาถ่านหินเฉลี่ยในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก ในปี 2555 และ2556 ลดลงประมาณ20%และ13%ตามลำดับ มาตรการต่างๆ ที่บ้านปูฯ ได้ดำเนินการโดยเฉพาะการลดต้นทุนการผลิต ช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้แก่บริษัทฯ ในการรับมือกับความท้าทาย ที่ธุรกิจกำลังเผชิญอยู่  ขณะที่ความต้องการพลังงานในภูมิภาคเอเชียยังคงเติบโต" นายชนินทร์ กล่าว

ในปี 2556 ฐานการผลิตของบริษัทฯ ทั่วทั้งภูมิภาคประสบความสำเร็จในการดำเนินมาตรการลดค่าใช้จ่ายลง โดยแหล่งผลิตถ่านหินทั้งหมดในอินโดนีเซียสามารถลดต้นทุนรวมได้11% จาก 70 เหรียญสหรัฐต่อตันในปี 2555 เป็น 62 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการปรับแผนการทำเหมือง การลดอัตราส่วนการเปิดหน้าดินต่อถ่านหินที่แหล่งผลิตหลักๆ ลง การลำเลียงถ่านหินที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการใช้เชื้อเพลิงที่ลดลงของท่าเรือบอนตังจากการใช้พลังงานไฟฟ้าในกระบวนการขนถ่ายถ่านหิน รวมทั้งการบริหารตารางเรือขนถ่ายถ่านหินที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันกลุ่มเหมืองถ่านหินในออสเตรเลียสามารถบริหารต้นทุนเงินสดได้เป็นอย่างดีตลอดทั้งปี 2556จนสามารถลดต้นทุนลงมาอยู่ที่ 52 เหรียญออสเตรเลียต่อตัน หรือลดลง 2%จากปี 2555
 
นายชนินท์ กล่าวว่า แม้ว่าราคาถ่านหินจะอ่อนตัวลงในระยะสั้น แต่ในภาพรวมแล้วโครงสร้างราคาถ่านหินยังมีความแข็งแกร่งในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เนื่องจากเศรษฐกิจของเอเชียยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ราบรื่นนักก็ตาม แต่จะยังมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกไปจนถึงกลางศตวรรษนี้ การใช้ถ่านหินในประเทศจีนและอินเดียเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อตลาดถ่านหินในภูมิภาค นอกจากนี้คาดว่าการนำเข้าถ่านหินของประเทศอาเซียน เช่น เวียดนาม ไทย และฟิลิปปินส์ จะสูงขึ้นอย่างมากในอีก 20 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ในอนาคตการดำเนินธุรกิจของบ้านปูฯ จะยังคงเน้นที่ธุรกิจพลังงานถ่านหินในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยบริษัทฯ จะแสวงหาแนวทางใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตให้แก่ธุรกิจถ่านหินทั้งจากแหล่งถ่านหินที่มีอยู่ในปัจจุบัน และจากแหล่งถ่านหินใหม่ๆ

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี