posttoday
ภัยภิบัติทั่วโลกรุนแรงเตือนเอสเอ็มอีทำแผนรับมือ

ภัยภิบัติทั่วโลกรุนแรงเตือนเอสเอ็มอีทำแผนรับมือ

14 มีนาคม 2557

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

ในภาวการณ์ปัจจุบันที่โลกเกิดภัยพิบัตินับครั้งไม่ถ้วนและสถานการณ์แต่ละครั้งรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ทั้งทางตรงและทางอ้อม สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้สำรวจภัยพิบัติที่เกิดขึ้น นำมาเป็นแนวทางให้เอสเอ็มอีเตรียมพร้อมรับมือและปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งเป็นข้อมูลสำคัญให้ภาครัฐและเอกชนหามาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อไป

การสำรวจข้อมูลของ สสว. พบว่า ตั้งแต่ปลายปี 2556 จนถึงเดือน ก.พ. 2557 ที่ผ่านมา เกิดเหตุภัยพิบัติหลายเหตุการณ์ทั่วโลก เริ่มตั้งแต่พายุหิมะในนิวยอร์กและบางเมืองของสหรัฐอเมริกา น้ำท่วมในอังกฤษและอิตาลี หิมะตกหนักในญี่ปุ่น การประท้วงในยูเครน น้ำท่วมในโบลิเวีย (ละตินอเมริกา) หิมะตกในรอบ 112 ปี และเกิดโรคระบาดในอียิปต์ น้ำท่วมและไฟป่าในอินโดนีเซีย น้ำท่วมในฟิลิปปินส์ เป็นต้น

การเกิดภัยพิบัติดังกล่าวได้ประเมินว่ามาจาก โลกร้อน (โกลบอล วอร์มมิ่ง) โดยในปี 2556 ที่ผ่านมา อุณหภูมิของโลกสูงสุดในรอบ 12 ปี ส่งผลให้แต่ละทวีปในโลกมีอากาศที่แตกต่างกันมาก ทั้งอากาศหนาวมากแบบติดลบในสหรัฐ อากาศที่ร้อนจัดในประเทศจีน จึงต้องมีการประกาศภาวะฉุกเฉิน รวมทั้ง การเกิดซุปเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน ที่ประเทศฟิลิปปินส์ มีความเร็วลมติด 1 ใน 4 ของพายุทั้งหมดที่เกิดขึ้นในโลก ส่วนในช่วงฤดูหนาวซีกโลกเหนือก็เผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวนจากกระแสลมกรด (jet stream) ที่มีความรุนแรงอย่างมาก

จากเหตุการณ์ทั่วโลกได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในระยะสั้น ทั้งในด้านบวกและด้านลบ รวมทั้งยังมีผลต่อเอสเอ็มอีเช่นกัน ส่วนภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ภาคการส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าฟุ่มเฟือย และภาคธุรกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทย

ผลกระทบด้านบวกต่อการส่งออก พบว่า การส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภค หรือสินค้าที่มีความจำเป็นขั้นพื้นฐาน เช่น อาหาร เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ไปยังประเทศที่เกิดภัยพิบัติมีแนวโน้มดีขึ้น เนื่องจากหลายประเทศเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของสินค้าอาหารและเครื่องนุ่งห่มของไทย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อียู และญี่ปุ่น

สำหรับมูลค่าการส่งออกในปี 2556 ไปยังตลาดสหรัฐอเมริกา อียู และญี่ปุ่น คิดเป็นสัดส่วน 9.8 10.4 และ 13.4% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับการส่งออกอาหารโดยรวมของประเทศ และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 35.3 23.7 และ 13.5% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับการส่งออกเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มของไทย

ด้านผลกระทบทางลบ จะมีต่อการส่งออกสินค้าฟุ่มเฟือยหรือสินค้าที่ไม่มีความจำเป็นในการดำรงชีวิตประจำวัน เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องหนัง สินค้าไลฟ์สไตล์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากรายได้ของประชาชนในประเทศที่ประสบภัยจะปรับตัวลดลง รวมทั้งต้องมีค่าใช้จ่ายในการปรับตัวและต่อสู้กับภัยธรรมชาติมากขึ้น ขณะเดียวกันมีผลทางจิตวิทยาต่อการจับจ่ายใช้สอยด้วย

ส่วนผลกระทบด้านลบต่อภาคการท่องเที่ยวของไทยที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองในประเทศ และการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มีผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวจาก 4 ประเทศหลัก ได้แก่ รัสเซีย ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา พอสมควร

ปฏิมา จีระแพทย์ ผู้อำนวยการ สสว. กล่าวว่า ในปี 2556 นักท่องเที่ยวจากประเทศรัสเซีย เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยจำนวน 1,736,990 คน คิดเป็นสัดส่วน 6.5% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นจำนวน 1,537,979 คน คิดเป็นสัดส่วน 5.8% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด สหราชอาณาจักร จำนวน 906,312 คน คิดเป็นสัดส่วน 3.4% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด และสหรัฐ 826,350 คน คิดเป็นสัดส่วน 3.1% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด

ผลกระทบทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลที่ สสว.ต้องการให้ผู้ประกอบการไทยเตรียมทำแผนไว้รองรับเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือเหตุการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที เพื่อให้สามารถทำให้ธุรกิจเดินหน้าไปได้ และสามารถเติบโตได้ในทุกโอกาส เนื่องจากหากไร้แผนล่วงหน้า ก็เปรียบเสมือนการทำธุรกิจโดยขาดอนาคต“ปฏิมา จีระแพทย์” ผู้อำนวยการ สสว.ทิ้งท้ายว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและผู้สนใจข้อมูลรวมทั้งเรื่องราวต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ สามารถติดตามข้อมูลได้ที่ www.sme.go.th หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่างๆ และต้องการลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่ สสว. Call Center 1301 ได้ทุกวัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท