posttoday
ยุทธศาสตร์ออฟฟิศเมทผนึกธุรกิจในเครือลุยออนไลน์

ยุทธศาสตร์ออฟฟิศเมทผนึกธุรกิจในเครือลุยออนไลน์

14 มีนาคม 2557

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

น่าจับตามองอย่างยิ่งกับก้าวครั้งสำคัญของธุรกิจอุปกรณ์เครื่องเขียน หนังสือและออนไลน์ 1 ใน 8 กลุ่มธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัลกับการผนึกกำลังสร้างขาธุรกิจ 3 กลุ่ม ออฟฟิศเมท บีทูเอส และการผลักดันกลุ่มออนไลน์ ซึ่งจะเป็นธุรกิจดาวรุ่งในเครือ โดยการขับเคลื่อนธุรกิจสร้างการเติบโตทั้งในไทยและต่างแดน

วรวุฒิ อุ่นใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์เครื่องเขียน หนังสือและออนไลน์ บริษัท ออฟฟิศเมท เปิดเผยว่า แผนธุรกิจก้าวครั้งสำคัญของกลุ่ม หลังจากปรับโครงสร้างธุรกิจมาร่วม 1 ปี วางเป้าหมายสร้างอาณาจักร 3 กลุ่มธุรกิจออฟฟิศเมท บีทูเอส ออนไลน์ ด้วยการเร่งขยายช่องทางจำหน่ายทางออนไลน์อย่างจริงจังในปีนี้ เพื่อรองรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีแนวโน้มซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ยังเป็นประตูที่ทำให้กลุ่มธุรกิจของบริษัทสามารถเปิดตลาดต่างประเทศได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจออนไลน์ ซึ่งเป็นธุรกิจดาวรุ่งของกลุ่มจะผนึกกำลังธุรกิจในเครือนำสินค้ามาจำหน่ายบนเว็บไซต์

ทั้งนี้ เมื่อเดือน ธ.ค. 2556 บริษัทได้เปิดเว็บไซต์เซ็นทรัลออนไลน์ พร้อมนำร่องจากสินค้าเพาเวอร์บายและเซ็นทรัลมาจำหน่ายร่วม 1.2 หมื่นรายการ ซึ่งในไตรมาส 2 นี้จะนำสินค้าบีทูเอสและซูเปอร์สปอร์ตเข้าสู่ระบบ เพื่อรองรับกับการแข่งขันฟุตบอลจากนั้นจะนำสินค้าจากท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ตมาจำหน่าย

“เราเตรียมคลังสินค้าไว้รองรับกับการสร้างขาธุรกิจใหม่นี้ ที่บางนา ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ส่วนการทำตลาดจะชูจุดเด่นความสะดวกสบายในการช็อปปิ้งเสมือนเดินในห้างจริง พร้อมเสนอสินค้าสดใหม่และสินค้าไฮไลต์ต่างๆ เมื่อลูกค้าซื้อครบ 499 บาท จะบริการจัดส่งสินค้าฟรี ปีแรกตั้งเป้ามีรายได้ 300-500 ล้านบาท”

สำหรับอีก 2 กลุ่มธุรกิจ คือ ออฟฟิศเมทและบีทูเอสปีนี้ใช้ลงทุน 700 ล้านบาท โดยออฟฟิศเมทลงทุน 400 ล้านบาท แบ่งเป็น 300 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงระบบเทคโนโลยีเพิ่มคอลเซ็นเตอร์ 400 คน และระบบอีออร์เดอร์เพิ่มรถขนส่งสินค้า 200 คัน เพื่อรองรับกับแนวโน้มการสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์เพิ่มขึ้น 4 เท่าตัว รวมถึงเพิ่มสาขาใหม่ 7 สาขา จากปัจจุบันมี 48 สาขา และงบการตลาด 100 ล้านบาท สำหรับการจัดพิมพ์แค็ตตาล็อก 3 แสนเล่ม

ขณะที่กลุ่มธุรกิจบีทูเอส ถูกวางตำแหน่งเป็นร้านค้าที่จำหน่ายอุปกรณ์เกี่ยวกับศิลปะและการเขียน รวมถึงสินค้าสาระและเพื่อความบันเทิง เพื่อสร้างความแตกต่างจากออฟฟิศเมทอย่างชัดเจน

ขณะที่อีก 300 ล้านบาท จะใช้สำหรับบีทูเอสที่จะมีบริการทางออนไลน์เพิ่มขึ้น และพัฒนารูปแบบใหม่เป็นอีคอมเมิร์ซ รวมถึงอีบุ๊กพร้อมขยายสาขาใหม่เพิ่มอีก 10 สาขา และปรับปรุงสาขาเดิม 9 สาขา ส่งผลให้สิ้นปีนี้บริษัทจะมีสาขาทั้งหมด 95 สาขา

นอกจากนี้ ยังมองโอกาสเติบโตในอาเซียน โดยจะเริ่มปักธงออฟฟิศเมทในปี 2558 เน้นลงทุนประเทศที่มีเศรษฐกิจขยายตัวสูง เพราะธุรกิจอุปกรณ์เครื่องเขียนขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจ โดยจะบุก 4 ประเทศ คือ ลาว พม่า เวียดนามและมาเลเซีย วางเป้าหมายสัดส่วนรายได้ในประเทศและนอกประเทศเท่ากันที่ 50%

กลยุทธ์การบุกตลาดปีนี้บริษัทวางไว้ภายใต้ “O.P.E.N. UP” อาวุธหลักที่จะนำมาใช้มีด้วยกัน 4 ด้าน คือ 1.O : Online การผลักดันออนไลน์ของกลุ่มธุรกิจเซ็นทรัล ขณะที่กลยุทธ์ที่ 2.P : Push & Pull ดึงกลุ่มพันธมิตรทางการค้าและลูกค้าผนึกกำลังผลักดันให้ธุรกิจเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง 3.ECommerce และ ELearning พัฒนาธุรกิจและองค์กรให้ก้าวไปอย่างมั่นคง เพื่อรองรับกับการขยายธุรกิจตลาดอาเซียน และ 4.N : New Opportunity การเปิดโอกาสใหม่ให้กับแผนธุรกิจ สินค้า และสร้างประสบการณ์ที่หลากหลาย รวมทั้งนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาปรับใช้ในธุรกิจให้มากยิ่งขึ้น

วรวุฒิ กล่าวถึงภาพรวมตลาดอุปกรณ์เครื่องเขียนปี 2557-2558 ว่า คาดจะมีอัตราการเติบโตราว 15% ซึ่งการควบรวมธุรกิจของบริษัทกับกลุ่มเซ็นทรัลส่งผลให้รายได้เมื่อปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 9,120 ล้านบาท เติบโต 27.1% กำไรสุทธิ 409 ล้านบาท โตถึง 50.4%

จากการจัดทัพปรับโครงสร้าง 3 กลุ่มธุรกิจ และปักธงรุกตลาดอย่างเต็มที่ในปีนี้ ภายใต้เป้าหมายเติบโต 20% หรือมีรายได้ 1.09 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น โดยกลุ่มออฟฟิศโต 25% รายได้เพิ่มจาก 5,400 ล้านบาท เป็น 6,000 ล้านบาท และบีทูเอสเติบโต 910% รายได้เพิ่มจาก 3,600 ล้านบาท เป็น 4,000 ล้านบาท คงไม่ยากนักภายใต้ร่มเงาเซ็นทรัลที่มีศักยภาพธุรกิจค้าปลีกที่แข็งแกร่งในภูมิภาคนี้

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล