posttoday
เผยแรงงานต่างด้าวอุตฯปลาทูน่าไม่รู้สิทธิ

เผยแรงงานต่างด้าวอุตฯปลาทูน่าไม่รู้สิทธิ

13 มีนาคม 2557

จุฬาฯ เผยแรงงานกว่า 40% ในอุตฯ ทูน่าไม่รู้เรื่องสิทธิแรงงาน แนะสร้างความเข้าใจปฏิบัติเท่าเทียม ด้านเอ็นจีโอโวยผลวิจัยไม่เข้าถึงปัญหาแรงงานแท้จริง

จุฬาฯ เผยแรงงานกว่า 40% ในอุตฯ ทูน่าไม่รู้เรื่องสิทธิแรงงาน แนะสร้างความเข้าใจปฏิบัติเท่าเทียม ด้านเอ็นจีโอโวยผลวิจัยไม่เข้าถึงปัญหาแรงงานแท้จริง

น.ส.รัชดา ไชยคุปต์ หัวหน้าโครงการวิจัยการสำรวจลักษณะการจ้างงานแรงงานย้ายถิ่นในกิจการต่อเนื่องประมงทะเล (ธุรกิจอาหารสำเร็จรูปภาคประมงทะเลปลาทูน่า) ของประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการสำรวจแรงงานข้ามชาติชาวพม่าและกัมพูชาจำนวน 527 คน ที่ทำงานใน 13 บริษัทในอุตสาหกรรมปลาทูน่า ในพื้นที่ 5 จังหวัด พบว่า ยังมีแรงงานข้ามชาติ 43.1% ไม่รู้ว่าสิทธิแรงงานคืออะไร

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการควรเร่งสร้างความเข้าใจแก่ลูกจ้างเพื่อให้แรงงานมีสิทธิเสรีภาพในการทำงานมากขึ้น และนายจ้างควรต้องปฏิบัติต่อแรงงานข้ามชาติเท่าเทียมกับแรงงานไทย โดยไม่เลือกปฏิบัติ

อย่างไรก็ดี ผลการวิจัย ไม่พบว่ามีแรงงานเด็กในอุตสาหกรรมทูน่า แต่พบว่า 76.1% ของแรงงานข้ามชาติ มีความสุขต่อการทำงานในปัจจุบัน 87.1% พึงพอใจในการทำงานในไทยมากกว่าประเทศตัวเอง และ 95.1% ไม่เคยคิดจะเลิกทำงานในอุตสาหกรรมทูน่า โดยแรงงานยังต้องการทำงานล่วงเวลาด้วยเฉลี่ยวันละ 2 ชั่วโมง เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

ด้าน นางสุภางค์ จันทวานิช ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการย้ายถิ่นแห่งเอเชีย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า แม้ผลสำรวจจะออกมาในเชิงบวก แต่ไม่ต้องการให้เกิดการเหมารวมไปยังอุตสาหกรรมอื่น

“ประมงขนาดเล็ก หรือล้ง เราต้องยอมรับว่ามีบางเรื่องที่ไทยยังไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรฐานที่ดีได้ อย่าให้สิ่งที่ดีไปเหมารวมกลบเกลื่อนสิ่งที่ไม่ดี เช่นเดียวกันอย่าให้สิ่งที่ไม่ดีมาเหมารวมจนเป็นปลาเน่าทั้งเข่ง” นางสุภางค์ กล่าว

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการในทุกอุตสาหกรรมควรให้ความสำคัญกับการดูแลแรงงานมากขึ้น เพราะหากไม่ดูแลแรงงานให้ได้มาตรฐานจะได้รับผลกระทบ 2 ส่วน1.กลุ่มลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้าจากอุตสาหกรรมที่ได้มาตรฐาน และ 2.แรงงานชาวไทยและแรงงานข้ามชาติ หากอุตสาหกรรมไม่ปฏิบัติให้ดี แรงงานก็ย่อมไม่อยากทำงานให้

ขณะที่ นายแอนดี้ ฮอล ที่ปรึกษาด้านกิจการต่างประเทศ สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) และเครือข่ายสิทธิแรงงานข้ามชาติ กล่าวว่า ผลการวิจัยดังกล่าวไม่เข้าถึงข้อมูลที่เป็นจริง สังเกตได้จาก 1.การสัมภาษณ์ทำอยู่ภายในสถานประกอบการ ซึ่งแรงงานข้ามชาติเป็นกลุ่มที่วิตกกังวลเรื่องการถูกเลิกจ้างมาก แม้ไม่มีคนมาคุมก็ส่งผลต่อการวิจัย 2.งานวิจัยไม่กล่าวถึงเรื่องค่าสมัครเข้าทำงานและค่านายหน้า ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่ควรต้องอธิบายว่ายังมีอยู่ 3.งานวิจัยอ้างว่าไม่พบแรงงานเด็ก ทั้งที่ปัจจุบันยังมีแรงงานแอบแฝงอยู่ในอุตสาหกรรม“จริงๆ อุตสาหกรรมทูน่าถือเป็นอุตสาหกรรมที่ดีเป็นผู้นำในด้านการปรับมาตรฐานดูแลแรงงานแล้ว เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมประมงอื่นๆ ด้วยกัน แต่การสร้างภาพแบบนี้ไม่ดี อะไรที่ไม่ดีก็ต้องยอมรับ เพราะต่อให้ผลวิจัยลักษณะนี้ออกไปต่างชาติก็รู้ว่าไม่เป็นความจริง" นายแอนดี้ กล่าว

ด้านนายชนินทร์ ชลิศราพงศ์ อุปนายกและประธานกลุ่มผู้ผลิตปลาทูน่าสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป กล่าวว่าการดูแลแรงงานต้องทำบนพื้นฐานจริยธรรม ซึ่งหมายถึงว่าไม่ใช่แค่ปฏิบัติให้ได้ตามกฎหมายไทยเท่านั้น แต่ต้องปฏิบัติให้ได้ดีกว่าและภาคอุตสาหกรรมจะพยายามปรับปรุงให้ดีขึ้นจนได้มาตรฐาน

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า