posttoday
ผลข้างเคียงยุติกู้เงิน 2 ล้านล้าน

ผลข้างเคียงยุติกู้เงิน 2 ล้านล้าน

13 มีนาคม 2557

เป็นเรื่องน่าเสียดายที่โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบราง ระบบขนส่งทางบก ฯลฯ มูลค่า 2 ล้านล้านบาท ไม่สามารถสานเป็นรูปร่างให้คนไทยเห็นถึงการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม นำมาซึ่งความเจริญด้านคมนาคมรองรับการเติบโตด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว

เป็นเรื่องน่าเสียดายที่โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบราง ระบบขนส่งทางบก ฯลฯ มูลค่า 2 ล้านล้านบาท ไม่สามารถสานเป็นรูปร่างให้คนไทยเห็นถึงการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม นำมาซึ่งความเจริญด้านคมนาคมรองรับการเติบโตด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว

เมื่อศาลวินิจฉัยให้เงินกู้ พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท ขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญ มีผลให้ร่างดังกล่าวตกไป ผลของการตกไปเป็นอย่างไรในสายตาของผู้ที่เกี่ยวข้อง

อุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) สะท้อนภาพว่า กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ตกไป ทำให้การลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ เช่น การก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวออกไป และจะส่งผลไปยังการค้าวัสดุก่อสร้างด้วย แต่คาดว่าจะไม่กระทบกับกลุ่มที่เข้ามาขอส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ เนื่องจากกลุ่มที่ขอส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานส่วนใหญ่จะเป็นโรงไฟฟ้า ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับแผนการพัฒนาการผลิตไฟ ไม่ใช่การลงทุนตามโครงการ 2 ล้านล้านบาท

พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวในทิศทางเดียวกันว่า น่าเสียดายที่ พ.ร.บ.2 ล้านล้านบาท ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ เพราะ พ.ร.บ.ดังกล่าวถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของระบบโครงสร้างพื้นฐานใหม่ทั้งหมดของประเทศ ช่วยลดต้นทุนระบบการขนส่ง (โลจิสติกส์) ซึ่งหลายๆ ประเทศก็ได้ติดตามความคืบหน้าในการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานของไทย เพราะมองไทยเป็นจุดศูนย์กลางของภูมิภาค เพื่อที่จะได้เชื่อมต่อไปยังประเทศต่างๆ แต่ต้องติดตามว่ารัฐบาลใหม่จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร เพราะใกล้เปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)

วัลลภ วิตนากร รองประธาน ส.อ.ท. บอกว่า การลงทุนนี้จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางภูมิภาคอาเซียน เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านได้มากที่สุด และมองว่าประชาชนจำนวนไม่น้อยเห็นด้วยกับการลงทุน แต่ที่ทำให้ค้านคือความโปร่งใสของโครงการ ดังนั้นรัฐบาลเองต้องพยายามสร้างกลไกในการตรวจสอบให้เข้มข้น และสามารถดำเนินการได้จริงเพื่อให้การลงทุนเกิดขึ้นได้

ธนิต โสรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาทที่ตกไป ไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคเอกชน เพราะเม็ดเงินลงทุนตามกฎหมายดังกล่าวยังไม่ได้ถูกนำไปรวมอยู่ในแผนการลงทุนประจำปี 2557 เพิ่มเติมจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ตั้งไว้ 2.5 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้ การลงทุน 2 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การลงทุนรถไฟความเร็วสูง ประมาณ 8 แสนล้านบาทนั้น มองว่าหากรัฐบาลชุดใหม่ยังเห็นว่ามีความจำเป็น ต้องลงทุนสามารถเสนอเรื่องผ่านการพิจารณาในชั้นสภาผู้แทนราษฎรได้ เพราะศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้ห้ามลงทุนในเรื่องนี้ เพียงแต่ที่ต้องตีตกไปเพราะเห็นว่ากระบวนการร่างกฎหมายไม่ชอบเท่านั้น หากรัฐบาลนำมาพิจารณาใหม่ต้องดำเนินการให้รอบคอบ

แม้กฎหมายจะไม่ผ่าน โครงการลงทุนก็ยังสามารถดำเนินการได้ภายใต้ระบบงบประมาณปกติ และเชื่อว่าไม่ว่ารัฐบาลจากพรรคการเมืองไหนเข้ามาก็ต้องดำเนินการต่อเนื่อง เพราะเป็นโครงการที่มีความจำเป็นต่อระบบเศรษฐกิจประเทศ โดยอาจจะตั้งเป็นงบประมาณผูกพัน

อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ไทยจะได้รับผลกระทบในด้านของการเชื่อมโยงภูมิภาคอาเซียนอย่างแน่นอน หากโครงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานไม่มีการพัฒนา จะทำให้ไทยกลายเป็นส่วนขาดของอาเซียน (Missing Link) รวมทั้งโอกาสที่จะเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งของอาเซียนนั้นก็จะลดน้อยลง

ขณะเดียวกัน จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งภายในประเทศของไทยเอง ซึ่งไทยมีต้นทุนการขนส่งค่อนข้างสูงและต้องการการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ จึงเสียโอกาสที่จะลดต้นทุนในด้านนี้เช่นเดียวกัน

ยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า การก่อสร้างรถไฟฟ้าในเส้นทางต่างๆ จะยังเดินหน้าต่อไปได้ ถึงแม้จะไม่มี พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท แต่การก่อสร้างให้ครบทั้ง 10 สาย จะไม่สามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จทั้งหมดภายในระยะ 7 ปีตามที่กำหนด อาจจะล่าช้าออกไปไม่ต่ำกว่า 2-3 ปี และอาจจะต้องเรียงลำดับเส้นทางที่จะก่อสร้างก่อนและหลังขึ้นมาใหม่ เพราะงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดจะไม่สามารถก่อสร้างรถไฟฟ้าทุกสายไปพร้อมกันได้ทั้งหมดอย่างแน่นอน

“พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท จัดทำขึ้นมาให้กระทรวงการคลังสามารถกู้เงินมาใช้เงินได้มากกว่า พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ 2548 ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 20% ต่อปี เพื่อให้การดำเนินโครงการต่างๆ สามารถเดินหน้าได้แล้วเสร็จทั้งหมดตามแผนงานที่กำหนด แต่เมื่อไม่มี พ.ร.บ.กู้เงิน การหาเงินมาดำเนินโครงการก็จะทำได้น้อยลง วงเงินที่จะนำมาลงทุนจึงไม่เพียงพอที่จะทำได้ทั้งหมด และอาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 15 ปี จึงจะก่อสร้างรถไฟฟ้าได้ครบทุกสาย” ยงสิทธิ์ กล่าว

สำหรับการดำเนินงานของ รฟม.หลังจากนี้ จะยังทำหน้าที่ศึกษาออกแบบการก่อสร้างรถไฟฟ้าเส้นทางใหม่เพื่อเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่พิจารณาอย่างต่อเนื่อง ส่วนจะก่อสร้างเส้นทางไหนก่อนก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลจะพิจารณา โดยมองว่าความล่าช้าของการดำเนินโครงการจะไม่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน เพราะการก่อสร้างรถไฟฟ้าไม่มีจุดประสงค์เพื่อสร้างกำไร แต่เพื่อพัฒนาระบบขนส่งมวลชนให้มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เห็นว่าความเสียหายของ พ.ร.บ.ที่ไม่ผ่านการพิจารณา จะกระทบในภาพรวมของเศรษฐกิจมากกว่ากระทบกับการก่อสร้างรถไฟฟ้า เพราะจะไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ไม่เกิดการจ้างงานตามที่กำหนด หากยังไม่ดำเนินโครงการต่างๆได้ตามแผน ก็อาจจะส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวลง

ยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) เปิดเผยว่า สมาคมฯ เชื่อว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมมูลค่า 2 ล้านล้านบาท จะเป็นโครงการที่รัฐบาลชุดต่อไปที่เข้ามาบริหารประเทศนำมาพิจารณาดำเนินการ เนื่องจากเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมเชื่อมเส้นทางชาติอาเซียนการลงทุนที่ล่าช้าออกไป ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่รัฐบาลต้องเร่งส่งเสริมอุตสาหกรรมการบินทดแทน ยุทธชัย กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ