
ทุ่มลงทุน2.1หมื่นล้านทางด่วนเชื่อมอยุธยา
ทุ่ม 2.1 หมื่นล้านบาท เร่งศึกษาก่อสร้างทางด่วนสายใหม่ อุดรรัถยาอยุธยา แก้ไขปัญหารถติด
ทุ่ม 2.1 หมื่นล้านบาท เร่งศึกษาก่อสร้างทางด่วนสายใหม่ อุดรรัถยาอยุธยา แก้ไขปัญหารถติด
นายอัยยณัฐ ถินอภัย ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 งานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางก่อสร้างทางด่วนสายอุดรรัถยาพระนครศรีอยุธยา ระยะทาง 5 กม. วงเงินลงทุน 2.1 หมื่นล้านบาท ที่ขณะนี้ปริมาณการเดินทางและขนส่งสินค้าในเส้นทางดังกล่าวมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น และมีการขยายตัวของที่อยู่อาศัยและการใช้พื้นที่ในเชิงพาณิชย์สูงมาก
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ กทพ.ได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท โชติจินดา มูเชล คอนซัลแตนท์ บริษัท ไวส โปรเจ็ค คอนซัลติ้ง และบริษัท เทสโก้ ให้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางด่วนสายอุดรรัถยาพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้เกิดเป็นโครงข่ายที่เหมาะสม
สำหรับแนวเส้นทางเบื้องต้นได้วางแผนการต่อขยายโครงข่ายทางด่วนอุดรรัถยา ไปบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 บริเวณ อ.บางปะหัน เพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทางให้เชื่อมโยงกับพื้นที่กรุงเทพมหานครและมีทางเชื่อมต่อไปยังศูนย์ศิลปาชีพบางไทร รวมระยะทาง 35 กม.
นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาปรับปรุงทางด่วนอุดรรัถยา ช่วงบางพูนบางไทร ระยะทาง 16 กม. ซึ่งเป็นทางด่วนระดับดินให้เป็นทางยกระดับ เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรและอุทกภัย
นายอัยยณัฐ กล่าวว่า ในส่วนของแนวเส้นทางเบื้องต้นได้พิจารณา 6 แนวทางที่มีความเป็นไปได้ โดยเลือกแนวเส้นทางที่กระทบต่อชุมชนและที่อยู่อาศัยน้อยที่สุด ไม่ตัดผ่านบริเวณพื้นที่อ่อนไหวหรือก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น พื้นที่อนุรักษ์ โบราณสถาน
ทั้งนี้ จากผลการศึกษา พบว่า แนวทางที่ 1 ซึ่งกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด เริ่มต้นจากทางเชื่อมต่อกับทางด่วนสายอุดรรัถยา บริเวณถนนกาญจนาภิเษก มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ กม.ที่ 3 ไปเชื่อมต่อศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา มาบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 347 บริเวณศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด และจะก่อสร้างเป็นทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 347 จนถึงบริเวณแยก อ.บางปะหัน สิ้นสุดโครงการก่อนถึงแยกโรงพยาบาลบางปะหัน ระยะทาง 1.2 กม. รวมระยะทาง 36.4 กม. มีอาคารที่ได้รับผลกระทบ 22 หลัง พื้นที่ที่เวนคืน 12,854 ตร.ว.







