posttoday
อาเซียนหลัง 2558

อาเซียนหลัง 2558

12 มีนาคม 2557

ขณะที่สถานการณ์บ้านเมืองในแต่ละประเทศของอาเซียนยังไม่ค่อยเรียบร้อยดีนัก ที่ประชุมอาเซียนก็มองข้ามปี 25572558 และเริ่มพูดคุยถึงความร่วมมือหลังปี 2558 กันแล้ว

ขณะที่สถานการณ์บ้านเมืองในแต่ละประเทศของอาเซียนยังไม่ค่อยเรียบร้อยดีนัก ที่ประชุมอาเซียนก็มองข้ามปี 25572558 และเริ่มพูดคุยถึงความร่วมมือหลังปี 2558 กันแล้ว

ประเด็นหลักที่พูดคุยกัน คือการทำกฎระเบียบของภูมิภาคให้กลมกลืนสอดคล้องกัน เพื่อให้อาเซียนเป็นภูมิภาคที่แข่งขันได้ เกิดการค้าเสรีขึ้นอย่างแท้จริง แน่นอนค่ะว่ามีกฎหมายหลายฉบับที่ต้องได้รับการแก้ไขหรือผลักดันให้เกิดขึ้น

เริ่มต้นจากกฎหมายการแข่งขันทางการค้า เพื่อต่อต้านการ “ผูกขาดตลาด”

ปัจจุบัน ประเทศในอาเซียนที่มี กฎหมายการแข่งขันทางการค้า (Competition Law) แล้ว มี 5 ประเทศค่ะ คือ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ขณะที่ประเทศอื่นยังไม่มีกฎหมายเฉพาะลักษณะนี้ ใช้เพียงกฎหมายทั่วไปเท่านั้นคอยดูแลกลไกตลาด

ตอนนี้ประเทศอื่นๆ จึงต้องทยอยร่างกฎหมายเฉพาะเหล่านี้ขึ้นมา ป้องกันทุนขนาดใหญ่ไม่ว่าสัญชาติใดก็ตามเข้ามาถือครองสัดส่วนตลาดใดตลาดหนึ่ง จนทำให้คู่แข่งประเทศอื่นแข่งขันไม่ได้ รวมถึงต้องให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

ถัดมาที่อาเซียนกำลังคุยกัน คือ กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค (Consumer Protection Law) ทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. กำลังอยู่ระหว่างทำงานร่วมกับเครือข่ายองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคในอาเซียน แก้ไขกฎหมายและมาตรการการคุ้มครองผู้บริโภคให้คล้ายคลึงกัน

เช่นเดียวกับ กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property Law) ปัจจุบันอาเซียนมีแผนการทำงานและแผนการปฏิบัติด้านนี้โดยเฉพาะ ทุกประเทศจะมีโอกาสมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ให้ความรู้กันและกัน โดยเฉพาะเรื่องลิขสิทธิ์และตราสินค้า เพราะอาเซียนต้องการให้สมาชิกทุกประเทศเข้าร่วมลงนามในพิธีสารมาดริด (Madrid Protocol) เพื่อปฏิบัติตามมาตรฐานสากลเหมือนๆ กัน

นอกจากนี้ เพื่อให้การค้าเสรีได้ แม้จะไม่ต้องไปลงทุนตั้งบริษัทในต่างประเทศ จึงมีกฎหมายกลุ่มหนึ่งที่ต้องได้รับการแก้ไข คือ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

จริงๆ แล้วทั้ง 4 เรื่องที่กล่าวไปนั้น อาเซียนก็เคยมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันมาระยะหนึ่งแล้ว

แต่ดิฉันเชื่อว่าหลังปี 2558 อาเซียนจะให้ความสำคัญและดำเนินการเรื่องเหล่านี้อย่างเข้มข้น เจาะลึกเข้าไปถึงรายละเอียดกฎหมายของทุกประเทศจนกว่ากฎหมายจะเหมือนกัน

ดิฉันประเมินว่ายังมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอีกหลายเรื่องค่ะที่ควรต้องดำเนินการแก้ไข เช่น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต มาตรฐานสุขอนามัย ตามรอยสหภาพยุโรปหรืออียู ที่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกฎหมายเหล่านี้จนได้มาตรฐานคล้ายคลึงกัน

ในใจลึกๆ แล้ว ดิฉันยังอยากให้รัฐบาลอาเซียนมีนโยบายว่าด้วยสินค้าเกษตรร่วมกัน พร้อมทั้งมีกองทุนร่วม เช่นเดียวกับที่อียูทำ จะได้ช่วยกันทำให้สินค้าเกษตรของทั้งภูมิภาคโตไปด้วยกันจริงๆ

ที่ผ่านมา เวลาเราเจรจาแก้ไขกฎหมาย เรามักเจรจาภายใต้กรอบกฎหมายในประเทศ แต่ไม่ได้เจรจาให้เข้ากับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์โลก

ผลที่ตามมาคือประเทศสูญเสียโอกาสและสิทธิประโยชน์ที่ควรจะได้ หากการเจรจาครั้งดังกล่าวนั้นลุล่วง

เราต้องอย่าคิดว่าการแก้ไขกฎหมายทั้งหลายเป็นอุปสรรค อย่าคิดว่าทำไม่ได้ เพราะไม่เข้ากับกฎหมายในประเทศ

ต้องตั้งโจทย์กันใหม่ว่า การแก้ไขกฎหมายครั้งนั้นจำเป็นอย่างไร สร้างประโยชน์ให้ประเทศและภูมิภาคอย่างไร ต้องใช้โจทย์นี้เป็นตัวตั้ง

หากการแก้ไขกฎหมาย แก้ไขนโยบายใดๆ มีผลดีต่อเรา มีผลดีต่ออาเซียน ก็มาร่วมกันแก้ไขเพื่อภูมิภาคนี้กันเถอะค่ะ

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล