
SME ควรรู้กรณีพม่า (2)
คอลัมน์ สสว.ทิปส์ ฉบับนี้ ต่อด้วยกรณีศึกษาตลาดพม่า ซึ่งสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้ทำการศึกษาเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ต้องการขยายธุรกิจในภูมิภาคนี้ ฉบับที่ผ่านมาได้สำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวพม่า โดยเฉพาะพฤติกรรมการจับจ่าย ซื้อของ ซึ่ง 54% จะมาซื้อสำหรับใช้ระยะสั้น หรือซื้อหีบห่อขนาดกลาง จำนวน 35 ชิ้น เป็นต้น อีก 41% จะซื้อเพื่อบริโภคเป็นครั้งคราว
คอลัมน์ สสว.ทิปส์ ฉบับนี้ ต่อด้วยกรณีศึกษาตลาดพม่า ซึ่งสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้ทำการศึกษาเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ต้องการขยายธุรกิจในภูมิภาคนี้ ฉบับที่ผ่านมาได้สำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวพม่า โดยเฉพาะพฤติกรรมการจับจ่าย ซื้อของ ซึ่ง 54% จะมาซื้อสำหรับใช้ระยะสั้น หรือซื้อหีบห่อขนาดกลาง จำนวน 35 ชิ้น เป็นต้น อีก 41% จะซื้อเพื่อบริโภคเป็นครั้งคราว
ขณะผู้ซื้อคราวละมากๆ หรือซื้อยกหีบ ยกโหล มีเพียง 5% เท่านั้น และเมื่อพิจารณาตามระดับรายได้ พบว่า 11% ของกลุ่มที่มีรายได้สูง จะมีพฤติกรรมการซื้อคราวละมากๆ เนื่องจากคนกลุ่มนี้มักใช้ชีวิตแบบคนเมือง คือ มีความเร่งรีบ และต้องการความสะดวก สบาย
ด้านรสชาติอาหารนั้น กลุ่มตัวอย่างชาวพม่าส่วนใหญ่จะชื่นชอบอาหารเปรี้ยว และรสเผ็ด โดยพบว่า ประมาณ 1 ใน 4 ของกลุ่มตัวอย่างชอบรสเผ็ดมากที่สุด และเปรี้ยวมากที่สุด (ระดับ 10) โดยเฉพาะตัวอย่างที่มีอายุไม่เกิน 40 ปี สำหรับรสหวาน มีประมาณ 17% ที่ชอบทานรสหวานจัด โดยรสขมและรสเค็ม มีกลุ่มตัวอย่างที่ชอบน้อยที่สุด
สำหรับประเภทเนื้อสัตว์ กลุ่มตัวอย่างชาวพม่านิยมทานเนื้อของสัตว์ปีก เช่น เนื้อไก่ เนื้อเป็ด และสัตว์น้ำ เช่น ปลา กุ้ง หอย ปลาหมึก ส่วนเนื้อวัว มีผู้ไม่ทานถึง 56% เช่นเดียวกับเนื้อสุกร มีผู้ไม่ทานถึง 45% ที่เป็นเช่นนี้ เพราะสังคมพม่า เป็นสังคมที่เคร่งครัดในพุทธศาสนา นอกจากนี้ จากการวิจัยเชิงคุณภาพ ยังพบว่า มีผู้งดทานเนื้อสัตว์เพื่อเหตุผลทั้งด้านความเชื่อและเหตุผลทางสุขภาพ มีผู้บริโภคชาวพม่าจำนวนหนึ่ง ที่จะงดรับประทานเนื้อสัตว์ในบางวันของสัปดาห์
พฤติกรรมการรับประทานอาหารมื้อต่างๆ ของชาวพม่านั้น ผลสำรวจพบว่า สำหรับอาหารมื้อเช้า กลุ่มตัวอย่างชาวพม่ากว่า 74% รับประทานมื้อเช้าที่บ้าน มีเพียง 15% ที่รับประทานอาหารเช้านอกบ้าน โดยกลุ่มตัวอย่าง ดื่มชากาแฟ ในมื้อเช้ากว่า 75% ของกลุ่มตัวอย่าง และทานข้าวอาหารจานเดียวในมื้อเช้า 39% สำหรับมื้อกลางวันก็เช่นกัน 58% ของกลุ่มตัวอย่าง รับประทานอาหารกลางวันที่บ้าน อีก 27% ห่ออาหารจากบ้านไปทานที่ทำงาน มีเพียง 13% ที่รับประทานนอกบ้าน
ส่วนมื้อเย็น 91% ของกลุ่มตัวอย่าง รับประทานอาหารเย็นที่บ้าน มีเพียง 5% เท่านั้นที่ออกไปรับประทานนอกบ้าน ผลสำรวจสอดคล้องกับการวิจัยเชิงปริมาณ ที่ระบุว่า ในนครย่างกุ้ง ค่าครองชีพ โดยเฉพาะค่าอาหารถือว่าค่อนข้างสูง อาหารที่จำหน่ายในร้านอาหารนอกบ้านมีราคาค่อนข้างแพง และใส่สารปรุงแต่ง เช่น ผงชูรสมาก ชาวพม่าจึงนิยมรับประทานอาหารที่บ้าน ด้วยเหตุผลทั้งด้านค่าใช้จ่ายและด้านสุขภาพ
สำหรับความถี่ในการรับประทานอาหารนอกบ้านนั้น 36% ของกลุ่มตัวอย่าง รับประทานอาหารนอกบ้าน 12 ครั้งต่อเดือน 25% รับประทานอาหาร 12 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยมีกลุ่มตัวอย่าง 17% ที่รับประทานอาหารนอกบ้านทุกวัน/เกือบทุกวัน และ 14% ที่นานกว่า 1 เดือน จึงจะได้รับประทานอาหารนอกบ้านสักครั้ง ส่วนอีก 8% ไม่เคย/แทบไม่เคยรับประทานอาหารนอกบ้านเลย โดยส่วนใหญ่มักไปทานกับครอบครัวและเพื่อน
อาหารที่ชาวพม่านิยมออกไปทานนอกบ้าน ได้แก่ อาหารท้องถิ่นพม่า โดยกว่า 1 ใน 3 ของกลุ่มตัวย่างรับประทานอาหารพม่าทุกวัน ที่ได้รับความนิยมรองลงมา คืออาหารจีน/ติ่มซำ ที่ส่วนใหญ่รับประทานเดือนละ 12 ครั้ง และอาหารไทย มักออกไปรับประทานนอกบ้านเดือนละ 12 ครั้ง เช่นกัน ยังมีอาหารประเภทอื่นที่ชาวพม่านิยม เช่น อาหารฟาสต์ฟู้ด โดย 35% ทานอาหารฟาสต์ฟู้ด ตั้งแต่สัปดาห์ละครั้งเดือนละครั้ง
ส่วนอาหารเกาหลี ญี่ปุ่น และอาหารตะวันตก ได้รับความนิยมค่อนข้างน้อย กว่า 80% ไม่ทาน/แทบไม่เคยทานนอกบ้านเลย
ครั้งต่อไป จะเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้บริการด้านต่างๆที่เกี่ยวกับอาหารการกินของชาวพม่า







