
พรบ.สภาอุตฯ
พ.ร.บ.สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2530 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2530 มี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการและมี รมว.อุตสาหกรรม เป็นผู้รักษาการตาม พ.ร.บ.
พ.ร.บ.สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2530 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2530 มี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการและมี รมว.อุตสาหกรรม เป็นผู้รักษาการตาม พ.ร.บ.
พ.ร.บ.ดังกล่าวกำหนดให้มีการจัดตั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) มีสถานะเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์การจัดตั้ง 9 ข้อ เช่น เป็นตัวแทนของผู้ประกอบอุตสาหกรรมภาคเอกชนในการประสานนโยบายและดำเนินงานระหว่างเอกชนกับรัฐ ศึกษาและหาทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการประกอบอุตสาหกรรมและกิจการที่เกี่ยวข้อง
ตรวจสอบสินค้า ออกใบรับรองแหล่งกำเนิด หรือใบรับรองคุณภาพของสินค้า ตลอดจนให้คำปรึกษาและเสนอข้อแนะนำแก่รัฐบาล เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจด้านอุตสาหกรรมของประเทศ และควบคุมดูแลให้สมาชิกปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบอุตสาหกรรมและกิจการที่เกี่ยวข้อง เพื่อชื่อเสียงและเกียรติภูมิของวงการอุตสาหกรรม เป็นต้น
พ.ร.บ.สภาอุตสาหกรรมฯ กำหนดให้มีคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจำนวนหนึ่ง โดยปัจจุบันคณะกรรมการมีจำนวน 349 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง 2 ใน 3 หรือ 232 คน และ 1 ใน 3 เป็นกรรมการที่มาจากการแต่งตั้ง 117 คน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปี และให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งขึ้นมาเป็นประธาน ส.อ.ท. รวมทั้งเลือกรองประธานและเลขาธิการ
ขณะที่ ม.23 ระบุว่า ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอกให้ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นผู้แทนของสภาฯ ในการดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.กำหนดให้ ส.อ.ท.อยู่ในการควบคุมของรัฐให้รัฐมนตรีมีอำนาจควบคุมดูแล เช่น สั่งให้เจ้าหน้าที่สอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินงานของ ส.อ.ท.ได้ สั่งเป็นหนังสือให้กรรมการชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกิจการของ ส.อ.ท. และสามารถสั่งเป็นหนังสือให้ ส.อ.ท. หรือกรรมการระงับ หรือแก้ไขการกระทำใดๆ เป็นต้น n







