
ซบตราสารหนี้ฮอต
ทหารไทยธนไพศาลชูจ่ายสูงกว่าเงินเฟ้อกรุงไทยกสิกรเสิร์ฟกองใหม่ขาย
ทหารไทยธนไพศาลชูจ่ายสูงกว่าเงินเฟ้อกรุงไทยกสิกรเสิร์ฟกองใหม่ขาย
กองทหารไทยธนไพศาลเพิ่มทุนรองรับนักลงทุนซบตราสารหนี้ หนีหุ้นผันผวน 3 เดือนจ่าย 4.06% ต่อปี
นายสมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ทหารไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้กองทุนเปิดทหารไทยธนไพศาล ซึ่งเป็นกองทุนตราสารหนี้ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากนักลงทุน เนื่องจากผลตอบแทนของกองทุนช่วงที่ผ่านมาอยู่ในระดับที่ดีกว่าอัตราเงินเฟ้อค่อนข้างมาก ถือเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ ในขณะที่ประเทศยังมีแรงกดดันทางการเมืองและความผันผวนในตลาดหุ้น
“ความยืดหยุ่นของกองทุนนี้ซึ่งให้ผู้จัดการกองทุนสามารถปรับอายุเฉลี่ยของตราสารได้ตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 3 ปี ได้เอื้อให้ผู้จัดการกองทุนบริหารกองทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้อย่างดี โดยผลตอบแทน 3 เดือนย้อนหลังของกองทุนปรับสูงขึ้นเป็น 4.06% ต่อปี และผลตอบแทน 1 ปีย้อนหลังอยู่ที่ 3.32% ต่อปี ประกอบกับทิศทางของอัตราดอกเบี้ยนโยบายยังไม่มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในอนาคตอันใกล้ ซึ่งส่งผลดีต่อพอร์ตการลงทุนของกองทุน” นายสมจินต์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม กองทุนเปิดทหารไทยธนไพศาลได้ออกแบบมาเพื่อนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อย ที่ต้องการลงทุนเพื่อลดผลกระทบจากการด้อยค่าของเงินต้นจากเงินเฟ้อ และคาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ยที่สูงกว่าผลตอบแทนจากกองทุนตลาดเงินหรือเงินฝากประจำธนาคารพาณิชย์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุน 6 เดือนขึ้นไปและรับความเสี่ยงจากการลงทุนบางส่วนในตราสารหนี้ภาคเอกชนและตราสารหนี้ที่เสนอขายในต่างประเทศได้ รวมทั้งมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของเงินต้นและดอกเบี้ยที่คาดว่าจะได้รับทั้งหมด
ด้าน นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย (KTAM) กล่าวว่า บริษัทเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ เอฟไอเอฟ 40 (KTFF40) อายุ 12 เดือน มูลค่า 5,000 ล้านบาท ในวันที่ 12-18 มี.ค. 2557
ทั้งนี้ เน้นลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ ประกอบด้วย เงินฝากประจำ China Construction Bank , เงินฝากประจำ Bank of China , MTN ออกโดย ICBC Asia Ltd. , MTN ออกโดย Agricultural Bank of China และ ECP ค้ำประกันโดย SBER Bank ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนประมาณ 3.1-3.2% ต่อปี
นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างเปิดขายรอบใหม่ของกองทุนเปิดกรุงไทยสมาร์ทอินเวส 3 เดือน 3 อายุ 3 เดือน เน้นลงทุนในเงินฝาก บัตรเงินฝากธนาคารออมสินและธนาคารทิสโก้ ในสัดส่วน 36% ส่วนที่เหลือลงทุนในตั๋วแลกเงินของภาคเอกชน ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนประมาณ 2.5% ต่อปี
สำหรับอัตราผลตอบแทนของตลาดตราสารหนี้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลง โดยตราสารระยะสั้นต่ำกว่า 1 ปี ลดลงต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2.25% ขณะที่ตราสารระยะยาวแกว่งตัวในทิศทางขาลงสลับแรงขายทำกำไร โดยตลาดรอผลการตัดสินใจของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งคาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายมาอยู่ในระดับ 2%
น.ส.ยุพาวดี ตู้จินดา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า ในวันที่ 11-17 มี.ค. 2557 บริษัทจะเสนอขายกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ 3 เดือน อีดี (KFI3MED) ประมาณการผลตอบแทนสุทธิ 2.6% ต่อปี กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 6 เดือน เอแซท (KFF6MAZ) ประมาณการผลตอบแทนสุทธิ 3% ต่อปี ซึ่งทั้งสองกองลงทุนเฉพาะตราสารหนี้ในประเทศ
ขณะที่ กองทุนเปิดเค เอ็นแฮนซท์ ตราสารหนี้ต่างประเทศ 6 เดือน เอ็น (KEFF6MN) ประมาณการผลตอบแทนสุทธิ 3.1% ต่อปีและกองทุนเปิดเค เอ็นแฮนซท์ ตราสารหนี้ต่างประเทศ 1 ปี ไอ (KEFF1YI) ประมาณการผลตอบแทนสุทธิ 3.25% ต่อปี มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน โดยทั้งสองกองนี้กำหนดลงทุนขั้นต่ำ 1 ล้านบาท







