
ฮอนด้า โอดิสซีย์ ใหม่ ตอบสนองได้อย่างลงตัว
มีโอกาสได้ลองสัมผัส ณ แดนปลาดิบ ประเทศญี่ปุ่น แบบเรียกน้ำย่อยครั้งหนึ่งแล้วสำหรับ “ฮอนด้า โอดิสซีย์ ใหม่” ที่วันนี้ได้สัมผัสแบบเต็มๆ กันภายหลังนำมาเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้ด้วยระยะทางกว่า 400 กม. บนเส้นทาง กรุงเทพฯเพชรบูรณ์ กับภารกิจร่วมทำบุญมอบอาคารเรียนให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน
มีโอกาสได้ลองสัมผัส ณ แดนปลาดิบ ประเทศญี่ปุ่น แบบเรียกน้ำย่อยครั้งหนึ่งแล้วสำหรับ “ฮอนด้า โอดิสซีย์ ใหม่” ที่วันนี้ได้สัมผัสแบบเต็มๆ กันภายหลังนำมาเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้ด้วยระยะทางกว่า 400 กม. บนเส้นทาง กรุงเทพฯเพชรบูรณ์ กับภารกิจร่วมทำบุญมอบอาคารเรียนให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน
งานนี้มีผู้สื่อข่าวและช่างภาพใจบุญร่วมเดินทางไปด้วยกัน 5 คน พร้อมสัมภาระกระเป๋าเดินทางพร้อมสิ่งของร่วมบริจาคชนิดเต็มพิกัด พอเหมาะพอดีกับการออกแบบภายในที่ถูกดีไซน์ด้วยแนวคิดการออกแบบที่ให้อารมณ์เสมือนอยู่ในห้องสูทของโรงแรมหรู กว้างขวางสะดวกสบาย และอเนกประสงค์ ซึ่งไล่เรียงตั้งแต่แถวหลังสุด (แถว 3) ที่สามารถแยกปรับพนักพิงได้แบบ 40:20:40 จัดสรรที่นั่งพร้อมวางของได้สบาย
ขยับขึ้นมาเบาะที่นั่งแถว 2 ที่เน้นการออกแบบเป็นพิเศษด้วยเบาะที่นั่งแบบเฟิร์สคลาส ปรับได้ 10 ทิศทางแบบอิสระแยกซ้ายขวา พร้อมที่หนุนขาและพนักพิงหลังช่วงบน ซึ่งต้องเรียกได้ว่าปรับได้แบบละเอียดมากๆ โดยจากการลองนั่งดูทั้งคู่แล้วนั้นพบว่า ถ้าไม่มีคนนั่งที่แถว 3 ตำแหน่งเบาะนั่งแถวที่ 2 จะสบายที่สุดจากการปรับได้จนกระทั่งแทบจะเอนนอน แต่หากมีคนนั่งเต็มพิกัดแถวที่ 2 นี้อาจจะสบายน้อยลงหน่อยจากตำแหน่งการวางเบาะที่ค่อนข้างต่ำทำให้ช่วงเข่าและขาชันตลอดเวลา
ในขณะที่ตำแหน่งที่นั่งด้านหน้าพร้อมวิสัยทัศน์การขับขี่ดี หยิบปรับจับพวงมาลัยตำแหน่งเหมาะสม อุปกรณ์อำนวยความสะดวกจัดวางไว้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นที่มาพร้อมระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (แพดเดิลชิฟท์) อีกทั้งระบบเครื่องเสียงแบบจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ที่สามารถทำหน้าที่เป็นกล้องส่องภาพรอบทิศทางพร้อมจำลองภาพจากมุมสูงขณะถอยจอด หรือจะเป็นระบบปรับอากาศอัตโนมัติปรับแยกส่วนได้พร้อมแผงควบคุมระบบสัมผัส
อีกจุดเด่นหนึ่งด้านการออกแบบภายนอกที่สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น หรูหรา ตั้งแต่กระจังหน้าจรดไฟท้าย ที่มาพร้อมประตูข้างแบบสไลด์ ซ้ายขวา ควบคุมด้วยรีโมทพร้อมมือเปิดประตูที่ทำงานอย่างรวดเร็ว อีกทั้งซันรูฟควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า ทั้งหมดถูกใส่ใจในรายละเอียดคำนึงถึงทุกความต้องการการใช้งานตั้งแต่ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้บริหาร ครอบครัว ซึ่งเป็นผู้ที่ร่วมใช้งานรถคันนี้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะระยะความสูงจากพื้นของตัวรถที่ค่อนข้างต่ำ ในขณะที่ระยะความสูงของหลังคาที่ค่อนข้างสูง ทำให้ เข้าออก อย่างสะดวก
ด้านสมรรถนะการขับขี่ โอดิสซีย์ ใหม่ตัวนี้มาพร้อมด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC iVTEC ให้กำลังสูงสุด 175 แรงม้าที่ 6,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 225 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที พร้อมเทคโนโลยี Earth Dreams ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ให้ตอบสนองแบบเรียลไทม์
ผลการลองขับถือได้ว่าเป็นที่น่าพอใจในอัตราเร่งทุกย่านความเร็ว แม้ว่าจะบรรทุกผู้โดยสารและสัมภาระเต็มพิกัด ขณะที่กำลังลากช่วงขึ้นเขาคดโค้งก็ไม่มีปัญหา พาให้ถึงเป้าหมายอย่างสบายใจไม่เหนื่อย
ส่วนช่วงล่างที่ได้รับการออกแบบให้มีจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถให้ต่ำลง ส่งผลให้การเกาะถนนดียิ่งขึ้น รวมถึงความนุ่มนวลและการซับแรงกระแทกค่อนข้างดี แต่หากนั่งแถว 3 อย่างไรแล้วก็รับรู้ทุกผิวสัมผัสของท้องถนน แต่ถึงกระนั้นแม้จะเป็นรถที่มีช่วงตัวที่ยาวเหยียดเน้นความสะดวกสบายของห้องโดยสาร แต่ในแง่การขับขี่มั่นใจได้ด้วยราวกับเป็นรถยนต์นั่งขนาดใหญ่ และมีรัศมีวงเลี้ยวอยู่ที่เพียง 5.4 เมตร ควบคุมได้อย่างง่ายดาย
นอกจากนี้ ยังมีลูกเล่นรวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (เดย์ไทม์) ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ ระบบเตือนมุมอับสายตา ระบบเตือนเมื่อรถยนต์เคลื่อนผ่านขณะถอยจอด ระบบไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติ และอื่นๆ อีกมากมาย
เหล่านี้ทำให้ “ฮอนด้า โอดิสซีย์ ใหม่” ซึ่งมีให้เลือก 2 รุ่น ที่ราคา 2.75 และ 2.95 ล้านบาทเข้าขั้นความคุ้มค่ากับเงินที่ต้องควักจ่ายออกไปด้วยความอเนกประสงค์และสมรรถนะการใช้งานที่ตอบสนองได้หลากหลายรูปแบบ







