
"ทีซีซีฯ"รุกหนักอสังหาฯ เช่าปักธงค้าปลีก/รร./ออฟฟิศ
ผลกระทบจากวิกฤตทางการเมืองในประเทศส่งผลให้ผู้ประกอบการต่างต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับกับสถานการณ์ที่พลิกผันได้ตลอดเวลา
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
ผลกระทบจากวิกฤตทางการเมืองในประเทศส่งผลให้ผู้ประกอบการต่างต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับกับสถานการณ์ที่พลิกผันได้ตลอดเวลา เพราะรายได้เริ่มหดหาย ขณะที่ต้นทุนกลับเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งใครที่ปรับตัวได้ไวกว่าย่อมได้เปรียบในเกมธุรกิจที่นับวันจะแข่งขันรุนแรงขึ้น
โสมพัฒน์ ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ทีซีซี แลนด์ ธุรกิจในกลุ่มทุน เจริญสิริวัฒนภักดี ได้ฉายภาพการลงทุนของทีซีซี แลนด์ ในปีนี้ว่า ได้ปรับแผนการลงทุนครั้งใหญ่ โดยหันมาเน้นพัฒนาโครงการที่สามารถสร้างรายได้ในระยะยาวทั้งหมด หรือเป็นโครงการในรูปแบบเพื่อเช่า จากที่หลายปีก่อนหน้านี้จะเคยพัฒนาโครงการอสังหาฯ เพื่อขาย ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียมหรูและบ้านเดี่ยวราคาแพง แต่นับจากนี้คงจะไม่ได้เห็น เนื่องจากที่ดินแปลงงามในการพัฒนาโครงการใหม่ๆ โดยเฉพาะที่ดินกลางเมืองนั้น หาพัฒนายากขึ้นทุกที
“โครงการเพื่อขายคงจะไม่ทำ จะหันมาทำเพื่อเช่าเป็นหลัก ซึ่งธุรกิจเพื่อเช่านั้นสามารถทำได้หลากหลายและสามารถสร้างระยะยาวที่ดีกว่า เพราะหากทำเพื่อขาย ขายแล้วก็หมดไป ผมเสียดายของ โดยเฉพาะที่ดินที่ราคามีแต่ขึ้นกับขึ้น” โสมพัฒน์ กล่าว
สำหรับรูปแบบของการพัฒนาโครงการเพื่อสร้างรายได้จากการเช่านั้นมีหลากหลาย เบื้องต้นจะใช้เงินลงทุนในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท เริ่มจากการก่อสร้างส่วนต่อขยายเฟส 2 ของโครงการเอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ แหล่งช็อปปิ้งริมแม่น้ำเจ้าพระยา หลังจากเปิดดำเนินการมาแล้ว 2 ปี บนเนื้อที่ 22 ไร่ โดยเตรียมพื้นที่ด้านข้างในส่วนที่เหลือ 16 ไร่ เบื้องต้นจะนำที่ดิน 8 ไร่ มาพัฒนาเป็นโรงแรมระดับ45 ดาว จำนวน 250 ห้องพัก และก่อสร้างอาคารที่จอดรถ ที่เหลืออีก 8 ไร่นั้น จะทำเป็นลานกิจกรรม พื้นที่ค้าปลีกบางส่วน ขณะที่ที่ดินอีกแปลง จำนวน 29 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เดิมที่มีแผนจะก่อสร้างโครงการเฟสใหม่ในปีนี้ จะต้องชะลอการพัฒนาออกไปก่อน เนื่องจากพิจารณาแล้วพบว่าศักยภาพของทำเลดังกล่าวยังไม่เหมือนกรุงเทพฯ
ขณะเดียวกัน ยังมีแผนจะเปิดตัวโครงการเอเชียทีคฯ ในส่วนภูมิภาค ซึ่งจะเริ่มที่ จ.เชียงใหม่ และหัวหิน นอกจากนี้ยังมีแผนจะนำที่ดินในย่านเกษตรนวมินทร์ ที่มีอยู่กว่า 300 ไร่ มาพัฒนาเป็นครีเอทีฟ ฮับ ซึ่งใหญ่ระดับภูมิภาค ที่ประกอบด้วยงานด้านศิลปะ ดีไซน์ และเอนเตอร์เทนเมนต์ เพื่อเป็นส่วนหนี่งในการโปรโมตภาคการท่องเที่ยวของไทย และเตรียมพัฒนาพื้นที่ย่านเทเวศร์ บนพื้นที่ 4 ไร่ เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ ใช้เงินลงทุน 100 ล้านบาท และบริเวณรัชโยธิน เนื้อที่ 10 ไร่ จะพัฒนาเป็นธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์เช่นกัน โดยต้องใช้เงินลงทุนราว 100 ล้านบาท
พร้อมกันนี้ยังได้พัฒนาบริเวณด้านล่างของอาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ ในชื่อ เอ็มสเปซ แอท เอ็มไพร์ ซึ่งจะเริ่มเปิดให้บริการในช่วงเดือน มิ.ย.นี้ รวมไปถึงการปรับโฉมโรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ปาร์ค และโรงโรมอะดามัส ภูเก็ตที่จะเปลี่ยนโฉมเป็นโรงแรมแมริออททั้งคู่ และจะเปิดตัวโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส สาทร ซึ่งเป็นโรงแรม 3 ดาว ในปีนี้
ทั้งนี้ ประเทศไทยถือว่ามีจุดแข็งในด้านการท่องเที่ยวรูปแบบการลงทุนในขาของโรงแรมที่จะใช้งบประมาณ 3,0004,000 ล้านบาท เพื่อรีโนเวตโรงแรม การก่อสร้างโรงแรมใหม่ และธุรกิจค้าปลีก ซึ่งแม้ว่าในช่วงก่อนหน้านี้จะมีการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งกระทบกับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนหดหาย แต่ก็พยายามทำกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นที่รู้จักและเดินทางมาใช้บริการภายในเอเชียทีคฯ มากขึ้น และยังเดินหน้าจัดกิจกรรมโรดโชว์ในตลาดต่างประเทศไม่ต่ำกว่าปีละ 6 ครั้ง เพื่อสร้างการรับรู้
นอกจากนี้ ทีซีซี แลนด์ ยังมองหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจอาคารสำนักงาน ซึ่งปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น เพราะไทยถือว่าเป็นศูนย์กลางในการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยพื้นที่ที่เหมาะสมจะก่อสร้างอาคารสำนักงานในแถบกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ย่านบางนา เนื่องจากใกล้กับท่าเรือน้ำลึก สนามบินสุวรรณภูมิ ขณะที่ราคาที่ดินในบริเวณดังกล่าวอยู่ที่ 56 แสนบาทต่อตารางวา ซึ่งยังสามารถพัฒนาอาคารสำนักงานให้เช่าได้ง่าย จากปัจจุบันมีอาคารสำนักงานเกรดเอ อย่าง อาคาร เอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ปัจจุบัน มีพื้นที่เช่าเหลือเพียง 20% และอาคารแอทธินี นั้นมีพื้นที่เช่าเหลือ 30 % ส่วนอาคาร ไซเบิล เวิล์ด ทาวเวอร์ และพื้นที่โรบินสัน รัชดา เดิมนั้น ได้มีการแยกออกมาบริหารโดย ปณต สิริวัฒนภักดี โดยมีการตั้งบริษัทฯย่อยขึ้นมาดูแล
นี่คือแผนลงทุนครั้งใหญ่ของกลุ่มทีซีซี แลนด์ เฉพาะภายในประเทศ นี่ยังไม่นับรวมการเข้าไปควบรวมกิจการกับเฟรเซอร์แอนด์นีฟ ที่จะเห็นโอกาสการลงทุนมากขึ้น อย่างในประเทศสิงคโปร์ และพร้อมสยายปีกไปลงทุนในตลาดโลกมากขึ้นด้วย







