
หุ้น11 มี.ค. เด้งบวก 15.23 จุด
หุ้นบวกแรง 15.23 จุด เก็งกนง.ลดดอกเบี้ย มูลค่าซื้อขายกว่า 3.3 หมื่นล้าน
หุ้นบวกแรง 15.23 จุด เก็งกนง.ลดดอกเบี้ย มูลค่าซื้อขายกว่า 3.3 หมื่นล้าน
ตลอดทั้งวันนี้ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นแรง จนปิดที่ 1,364.28 จุด เพิ่มขึ้น 15.23 จุด หรือ 1.13% มูลค่าการซื้อขาย 33,110.48 ล้านบาท โดยดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,351.84 - 1,366.06 จุด
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า วันนี้ดัชนีดีดขึ้นแรง (รีบาวด์) เนื่องจากนักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรที่วันพรุ่งนี้ (12 มี.ค.) เรื่องที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% เหลือ 2% ซึ่งจะมีผลทำให้อัตราผลตอบแทนส่วนต่างของตลาดพันธบัตรลดลงหรือน้อยกว่าผลตอบแทนตลาดหุ้น ซึ่งปัจจุบันอัตราราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) 14.8 เท่า หรือคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 0.57 เท่า หรือมีผลทำให้ดัชนีไทยปรับขึ้นได้อีก 50 จุด
นอกจากนั้น ตลาดหุ้นยังมองว่ารัฐบาลน่าจะมีการประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เร็วกว่าครบกำหนดในวันที่ 22 มี.ค. อีกทั้งรอดูผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณี พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ในวันที่ 12 มี.ค. นี้ว่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
สำหรับเรื่องที่ฟิทซ์ เรทติ้ง ได้ยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศและสกุลเงินบาทของรัฐบาล ที่ระดับ BBB+ ก็อออกมาบาลานซ์กันกับที่มอร์แกนสเตนเลย์ได้ลดน้ำหนักประเทศไทย ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลง
ทั้งนี้ ประเมินแนวต้านวันที่ 12 มี.ค.ที่ 1,374 จุด และแนวรับที่ 1,350 จุด ส่วนกลยุทธ์การลงทุนพอให้ซื้อขายระยะสั้นแต่ยังไม่ควรเข้าสะสมเนื่องจากควรรอดูความชัดเจนทั้งในเรื่องดอกเบี้ย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เรียบร้อยก่อน
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก คือ
TRUE มูลค่าการซื้อขาย 2,464 ล้านบาท ปิดที่ 7.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท (+3.40 )
PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,558 ล้านบาท ปิดที่ 300.00 บาท เพิ่มขึ้น 9.00 บาท (+3.09)
IVL มูลค่าการซื้อขาย 1,346 ล้านบาท ปิดที่ 21.90 บาท เพิ่มขึ้น 1.60 บาท (+7.88)
ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 1,313 ล้านบาท ปิดที่ 213 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
JAS มูลค่าการซื้อขาย 1,2878.50 ล้านบาท ปิดที่ 8.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท (+2.41)







