
"เพ็ท สตอรี่" ร้านค้าสัตว์เลี้ยงสู่โรงแรมครบวงจร
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
ธุรกิจบริการสัตว์เลี้ยงในไทยมีแนวโน้มการเติบโตสูง จากการใช้ชีวิตที่อยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ที่มีขนาดเล็กลง ไปจนถึงการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเพื่อเป็นสมาชิกครอบครัวเป็นจำนวนมากขึ้น ที่ผลักดันให้อุตสาหกรรมธุรกิจสินค้าบริการสัตว์เลี้ยงเติบโตในอัตรา 2 หลักต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
ขวัญชัย จักรวิวัฒนากุล กรรมการผู้จัดการ ร้านเพ็ท สตอรี่ เพ็ทบูติค บอกว่าผันตัวเองมาจากงานประจำอาชีพนักออกแบบ (ดีไซเนอร์) เพื่อมาจับธุรกิจแรกในชีวิตคือ เปิดร้านขายสินค้าอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยง ภายใต้ชื่อ เพ็ทบูติค สาขาแรกที่ตั้งอยู่ในโครงการเดอะเซอร์เคิล ถนนราชพฤกษ์ เมื่อ 3 ปีก่อนด้วยงบลงทุนตั้งต้นไม่รวมค่าสินค้าที่จำหน่ายในร้านราว 1 ล้านบาท
สำหรับแนวคิดการเปิดร้านเริ่มจากความชอบสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะสุนัขอยู่แล้ว และเห็นว่าน่าจะมีร้านสัตว์เลี้ยงสักแห่งในย่านฝั่งธนบุรี ที่จำหน่ายสินค้าอุปกรณ์อาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร ตามกำลังซื้อของกลุ่มผู้บริโภคในถนนย่านราชพฤกษ์ ที่พบว่ามีโครงการหมู่บ้านหลักราคาตั้งแต่ 4-10 ล้านบาทหลายแห่ง และเชื่อว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง และพร้อมจับจ่ายซื้อสินค้าให้กับสัตว์เลี้ยง
นอกจากไอเดียเปิดร้านสินค้าสัตว์เลี้ยงที่ผุดขึ้นมา เพื่อรองรับกำลังซื้อในย่านนี้แล้ว ทำเล หรือสถานที่เปิดร้านก็เป็นสิ่งสำคัญ ประจวบเหมาะกับมีโครงการศูนย์การค้าชุมชน (คอมมูนิตี มอลล์) เดอะเซอร์เคิลเกิดขึ้น ที่นอกจากจะวางตำแหน่งให้เป็นสถานที่จับจ่ายซื้อสินค้า หรือรับประทานอาหารแล้ว ขณะเดียวกันก็ยังเป็นสถานที่ที่อนุญาตให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถนำสัตว์เลี้ยงประเภทต่างๆ มาใช้บริการร่วมด้วย
จากนั้นไม่นาน ขวัญชัย จึงได้ขยายสาขาใหม่อีก 1 แห่ง ที่ถนนจรัญสนิทวงศ์ 13 ภายใต้ชื่อร้านเพ็ท สตอรี่ วางตำแหน่งจับกลุ่มเป้าหมายคนเลี้ยงสัตว์เลี้ยงทั่วไป ด้วยราคาสินค้า อุปกรณ์ หรือแม้แต่อาหารสำเร็จรูปที่วางจำหน่ายด้วยราคาระดับประหยัด “ธุรกิจของเราถือเป็นหน้าร้านที่รวบรวมสินค้า อุปกรณ์ อาหาร ของใช้ ของประดับตกแต่งที่มาจากเจ้าของสินค้ารายย่อยอีกทอดหนึ่ง ซึ่งรวมถึงการนำเข้าสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงเข้ามาจำหน่ายในร้านด้วย โดยปัจจุบันมีสัดส่วนสินค้ากลุ่มแฟชั่น อุปกรณ์ตกแต่ง และอาหารรวมกัน 70% และที่เหลือ 30% เป็นรายการสินค้าอื่นๆ” ขวัญชัย กล่าว
หลังจากดำเนินธุรกิจมาร่วม 3 ปี พบว่า มีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% ต่อเนื่อง และมองว่าธุรกิจสินค้าอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก จากปัจจุบันมีสัดส่วนประชากรสัตว์เลี้ยงแบ่งเป็นสุนัข 65% แมว 19% และที่เหลือ 16% เป็นสัตว์เลี้ยงประเภทอื่นๆ
พร้อมกับในปีที่ผ่านมา ทางร้านได้ดำเนินกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ ผ่านสื่อเว็บไซต์ www.petstorypetboutique.com และสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก www.facebook.com/pages/PetStoryPetBoutique ที่ขณะนี้มีจำนวนผู้กดไลค์เพจหลักหมื่นรายแล้ว และมียอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ราว 10-20% ซึ่งเขาบอกว่าช่องทางออนไลน์ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือการทำตลาดที่มีบทบาทสำคัญในธุรกิจสมัยใหม่ในปัจจุบัน ด้วยเข้าถึงไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ที่มักค้นหาสิ่งของธุรกิจ หรือบริการที่สนใจผ่านเว็บไซต์ และหากลูกค้ากลุ่มเหล่านี้ถูกใจก็มักตัดสินใจสั่งซื้อสินค้าได้เลยทันทีเช่นกัน
ขวัญชัย บอกต่อถึงแผนธุรกิจใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ คือ การขยายธุรกิจหน้าร้านใหม่แบรนด์ “เพ็ทบูติค” ในรูปแบบสแตนด์อะโลนมีทำเลตั้งอยู่ริมถนนราชพฤกษ์เป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 2 คูหา ที่ในเร็วนี้หรือระยะที่ 2 เตรียมขยายไปสู่รูปแบบการให้บริการที่พักโรงแรมรีสอร์ท สำหรับสัตว์เลี้ยงรวมถึงบริการอาบน้ำตัดแต่งขน (กรูมมิง) คาดใช้งบลงทุนเบื้องต้นราว 12 ล้านบาท เห็นความชัดเจนในการดำเนินการราวกลางปีนี้
“เรามีโอกาสทางธุรกิจจากปัจจัยที่กล่าวข้างต้นคือ จำนวนคนที่เลี้ยงสัตว์ขยายตัวมากและเมื่อมีเหตุต้องเดินทางไปที่ต่างๆ ก็มักมองหาสถานรับบริการฝากดูแลสัตว์เลี้ยงตามไปด้วย ซึ่งจากการสำรวจพบว่าในทุกช่วงเทศกาลวันหยุดยาวในทุกสถานที่ที่มีบริการรับฝากเลี้ยงจะมีผู้มาใช้บริการเต็มทุกครั้ง” ขวัญชัย กล่าว
ร้านสัตว์เลี้ยง จึงนับเป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่เกาะกระแสความนิยมการเลี้ยงสัตว์ที่ขยายตัวในสังคมคนรุ่นใหม่ ที่สามารถต่อยอดบริการได้อีกมากในอนาคต หากเจ้าของธุรกิจติดตามเทรนด์อย่างใกล้ชิด







