posttoday
ลดหรือคงดอกเบี้ยดี

ลดหรือคงดอกเบี้ยดี

11 มีนาคม 2557

ปัจจัยสำคัญที่จะมีผลต่อตลาดหุ้นในสัปดาห์นี้ นอกจากประเด็นการเมืองแล้ว การลดหรือไม่ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันพุธนี้ เป็นประเด็นที่ตลาดลุ้นและเสียงค่อนข้างแตก บ้างก็ว่าลด 0.25% และบ้างก็ว่าคงอัตราดอกเบี้ยเท่าเดิมที่ 2.25% สำหรับทางฝ่ายวิเคราะห์ บล.ฟินันเซียไซรัส เรามองว่า กนง.น่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% เป็น 2% และคงอัตรานี้ไปตลอดทั้งปี ก่อนจะเข้าสู่ยุคดอกเบี้ยขาขึ้นในปีหน้า โดยเราให้น้ำหนักกับเศรษฐกิจที่มีสัญญาณชะลอมากกว่าปัจจัยอื่น แต่ก็ยอมรับว่าเป็นช่วงเวลาที่ตัดสินยาก เพราะทิศทางของดอกเบี้ยในประเทศเพื่อนบ้านล้วนแต่ทรงถึงมีแนวโน้มปรับขึ้น

ปัจจัยสำคัญที่จะมีผลต่อตลาดหุ้นในสัปดาห์นี้ นอกจากประเด็นการเมืองแล้ว การลดหรือไม่ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันพุธนี้ เป็นประเด็นที่ตลาดลุ้นและเสียงค่อนข้างแตก บ้างก็ว่าลด 0.25% และบ้างก็ว่าคงอัตราดอกเบี้ยเท่าเดิมที่ 2.25% สำหรับทางฝ่ายวิเคราะห์ บล.ฟินันเซียไซรัส เรามองว่า กนง.น่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% เป็น 2% และคงอัตรานี้ไปตลอดทั้งปี ก่อนจะเข้าสู่ยุคดอกเบี้ยขาขึ้นในปีหน้า โดยเราให้น้ำหนักกับเศรษฐกิจที่มีสัญญาณชะลอมากกว่าปัจจัยอื่น แต่ก็ยอมรับว่าเป็นช่วงเวลาที่ตัดสินยาก เพราะทิศทางของดอกเบี้ยในประเทศเพื่อนบ้านล้วนแต่ทรงถึงมีแนวโน้มปรับขึ้น

เหตุผลที่เราคาดการณ์ว่า กนง.จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนั้น เนื่องจากเศรษฐกิจในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา แผ่วลงมากและมีแนวโน้มชะลอต่อเนื่อง ปัจจุบันยังไม่เห็นสัญญาณว่าเครื่องจักรตัวไหนจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การบริโภคในประเทศมีแนวโน้มชะลอ ถึงแม้ไม่มีการชุมนุม การจับจ่ายใช้สอยแผ่วลงอยู่แล้วจากหนี้ภาคครัวเรือนที่สูง พอมีเหตุการณ์ทางการเมืองเข้ามาเสริม ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 11 ในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา มาอยู่ที่ 69.9 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 12 ปี 3 เดือน ส่วนการลงทุนและการใช้จ่ายภาครัฐนั้น เห็นได้ชัดว่ารัฐบาลรักษาการไม่สามารถใช้นโยบายการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจได้เลย สำหรับการท่องเที่ยวถือว่าพลาดจังหวะที่ดีไปอย่างน่าเสียดาย เพราะไตรมาสแรกเป็นช่วงที่ฮอตที่สุดของธุรกิจท่องเที่ยวของไทย ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาที่มีการชุมนุมในกรุงเทพฯ นักท่องเที่ยวยังเลี่ยงไปเที่ยวที่ภูเก็ต กระบี่ และแหล่งท่องเที่ยวที่อื่นได้ แต่การออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาลรักษาการ ที่มีผลตั้งแต่ 22 ม.ค.23 มี.ค.นี้นั้น กระทบการเข้ามาเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างมาก เครื่องยนต์ตัวสุดท้ายคือการส่งออกที่เชื่อแน่ว่าเป็นพระเอกในปีนี้ แต่ยังช่วยไม่ได้ในช่วงต้นๆ ปี เพราะปริมาณผลผลิตกุ้งยังฟื้นไม่เต็มที่

ส่วนเหตุผลของฝ่ายที่คาดว่า กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยนั้น มองในมุมของเงินเฟ้อที่เกรงว่าจะเร่งตัวมากขึ้นในระยะถัดไป แม้ว่าเงินเฟ้อพื้นฐานในเดือนล่าสุด คือ ก.พ. จะต่ำเพียง 1.22% แต่เป็นการเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่การปรับโครงสร้างราคาพลังงาน (ขึ้นราคาก๊าซแอลพีจีเดือนละ 50 สตางค์ต่อกิโลกรัม เป็นต้น) และภัยแล้งในปีนี้ที่ส่อเค้ารุนแรง อาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น ในขณะที่มองว่าสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองในปัจจุบันอยู่ในภาวะไม่ปกติ การลดดอกเบี้ยอาจไม่ช่วยกระตุ้น นอกจากนี้ การลดดอกเบี้ยยังส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่า ยิ่งเป็นแรงกดดันต่อเงินเฟ้อให้เร่งตัวมากขึ้น

ถือเป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักทั้งคู่ คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับ กนง.ว่าจะให้น้ำหนักกับเศรษฐกิจที่ชะลอหรือห่วงเงินเฟ้อมากกว่ากัน ส่วนผลกระทบที่มีต่อราคาหุ้นต้องแบ่งเป็นผลกระทบด้านจิตวิทยา ซึ่งเป็นสิ่งชั่วคราวระยะสั้น หรือผลกระทบที่มีในระยะยาว (ผลของมันย่อมยังไม่เห็นในระยะสั้น) ผลของการลดหรือคงดอกเบี้ยแตกต่างกันคนละขั้ว ดังนั้นหากนักลงทุนจะเก็งกำไรกับหุ้นที่จะได้หรือเสียประโยชน์จากการลดหรือไม่ลดดอกเบี้ยในวันพุธนี้นั้น ต้องเป็นนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้มากด้วย กล่าวคือ หากลดดอกเบี้ย หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์ด้านจิตวิทยาคือ กลุ่มค้าปลีก เช่น CPALL, HMPRO, GLOBAL (เน้นว่าเป็นด้านจิตวิทยา เพราะเอาเข้าจริง ภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงต่างหากที่เป็นแรงกดดัน) กลุ่มบ้านซึ่งอ่อนไหวมากกับเรื่องดอกเบี้ย (เลือก RML และ SPALI ซึ่งมี Backlog ในมือสูง) กลุ่มเช่าซื้อ (ขอเลือกหุ้นขนาดเล็ก เช่น ASK, THANI) และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (เพราะเงินบาทอ่อน) ในทางตรงกันข้าม เป็นจิตวิทยาเชิงลบกับธนาคารพาณิชย์ (แต่ความจริงแล้วธนาคารสามารถบริหารส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยได้ดีมากจนเราเชื่อว่าไม่มีผลกระทบเลย) และกลุ่มที่นำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ เช่น สายการบิน เหล็ก รับเหมาก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม หาก กนง.คงดอกเบี้ย กลุ่มที่กล่าวมาทั้งหมดอาจถูกขายในระยะสั้น เพราะบ้างก็มีการเก็งกำไรมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว

สำหรับประโยชน์ของการลดดอกเบี้ย ชัดเจนคือต้นทุนทางการเงินลดลง กำไรเพิ่มขึ้น มูลค่าหุ้นก็ควรเพิ่มขึ้นตาม ตลาดหุ้นจึงเป็นมิตรกับดอกเบี้ยขาลง อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ นักลงทุนระยะยาวคงไม่ได้ดูปัจจัยนี้เพียงปัจจัยเดียว แต่ดูภาพรวมของเศรษฐกิจเป็นหลัก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท