
บลจ.กรุงศรีพึ่งแม่เจาะภูธร
เครือข่ายผู้ถือหุ้นจับกลุ่มบริษัทญี่ปุ่นตั้งเป้าสินทรัพย์เติบโตปีนี้24%
เครือข่ายผู้ถือหุ้นจับกลุ่มบริษัทญี่ปุ่นตั้งเป้าสินทรัพย์เติบโตปีนี้24%
บลจ.กรุงศรี พึ่งแบงก์แม่ขยายฐานลูกค้าภูธร พร้อมอาศัยเครือข่ายหุ้นใหญ่จับกลุ่มบริษัทญี่ปุ่น
นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี เปิดเผยว่า ปีนี้มีแผนที่จะเจาะกลุ่มลูกค้ารายย่อยผ่านสาขาธนาคารกรุงศรีฯ ซึ่งเป็นบริษัทแม่มากยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มลูกค้าให้ได้ 5.4 หมื่นราย หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 28% จากสิ้นปี 2556 ที่มีฐานลูกค้า 1.7 แสนราย
“ในเวลานี้ฐานลูกค้าส่วนใหญ่ หรือประมาณ 60% ของลูกค้าทั้งหมดมาจากการขายผ่านสาขาธนาคารกรุงศรีอยุธยา แต่เราต้องการจะขายผ่านช่องทางนี้ให้มากขึ้นอีก โดยเฉพาะการขายกองทุนตราสารหนี้ เพราะฉะนั้นเราจะพยายามออกกองทุนที่ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มให้มากที่สุด เพื่อทำให้สัดส่วนนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ” นายฉัตรพี กล่าว
นายฉัตรพี กล่าวว่า ปีนี้บริษัทมีแผนจะเพิ่มพนักงานเพื่อดูแลสาขาต่างจังหวัด และเดินสายพบเจ้าหน้าที่และลูกค้าต่างจังหวัดเพิ่ม โดยจะสำรวจทัศนคติและพฤติกรรมของลูกค้า และจัดกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพื่อให้สามารถให้บริการได้ตรงตามวัตถุประสงค์และพฤติกรรมการลงทุนของลูกค้าแต่ละกลุ่ม
นอกจากนี้ บลจ.กรุงศรีมีเป้าหมายที่จะเจาะกลุ่มลูกค้าญี่ปุ่น โดยอาศัยเครือข่ายของธนาคารแห่งโตเกียวมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ (BTMU) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของธนาคารกรุงศรีอยุธยา
“ลูกค้าญี่ปุ่นนี้เป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทยที่มีอยู่หลายพันแห่ง และมีพนักงานจำนวนมาก ซึ่งเราคิดว่า เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพและมีความเป็นไปได้ ทั้งการลงทุนในกองทุนรวม กองทุนส่วนบุคคล และการใช้บริการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” นายฉัตรพี กล่าว
ทั้งนี้ ในปี 2557 บลจ.กรุงศรี ตั้งเป้าหมายเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) มาอยู่ที่ 2.45 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 24% จากสิ้นปี 2556 ที่มีอยู่ 2.04 แสนล้านบาท โดยเน้นการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในส่วนของกองทุนหุ้น กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) พร้อมขยายฐานกองทุนตราสารหนี้ผ่านเครือข่ายสาขาธนาคาร
“ปี 2556 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่ยอดเยี่ยมสำหรับ บลจ.กรุงศรี โดยเอยูเอ็มเติบโตขึ้นถึง 31% ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของกองทุนรวมที่เพิ่มขึ้นถึง 43% ในขณะที่อุตสาหกรรมกองทุนรวมโต 18% นอกจากนี้ ส่วนแบ่งทางการตลาดของกองทุนรวมของ บลจ.กรุงศรี เพิ่มขึ้นทุกประเภท” นายฉัตรพี กล่าว
ด้านนางสายสมร ผ่องบรรเจิด รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มกลยุทธ์องค์กร กองทุนบัวหลวง บลจ.บัวหลวง กล่าวว่า บริษัทร่วมส่งเสริมให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญในการวางแผนการออมและการลงทุนของตนเองอย่างต่อเนื่อง ด้วยการพัฒนาโปรแกรมวางแผนการออม 2557 (Saving Planner 2014) ซึ่งพัฒนาเพิ่มเติมมาจากโปรแกรม Bualuang Funds : บันทึกรับจ่ายและสนับสนุนต่อเนื่องกับ BBLAM Wealth Program ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาการวางแผนการเงิน มีวินัยในการออมและการลงทุนให้ละเอียดมากขึ้น เพื่อเป็นการตรวจสอบสุขภาพทางการเงินเบื้องต้น
โปรแกรมวางแผนการออม 2557 ที่พัฒนาขึ้นในครั้งนี้ สามารถบันทึกข้อมูลสถานะทางการเงินได้ 4 ขั้นตอน คือ 1.ข้อมูลรายการคงที่ ได้แก่ รายรับคงที่ และรายจ่ายคงที่ โดยสามารถระบุวันที่และเดือนว่า รายการคงที่นั้นๆ เกิดขึ้นในทุกๆ เมื่อใด สำหรับรายจ่ายคงที่บางประเภทที่จ่ายเพียงปีละครั้ง เช่น การจ่ายภาษีรถยนต์ ก็จะสามารถระบุวันที่แน่นอนในแต่ละปีได้เช่นกัน 2.ข้อมูลการออมและการลงทุน ได้แก่ รายจ่ายเพื่อการออมและการลงทุนแบบสม่ำเสมอ รายจ่ายเพื่อการออมและการลงทุน (แบบรายครั้ง) และการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพและกองทุนรวมหุ้นระยะยาว
3.ข้อมูลรายการผันแปร ได้แก่ รายรับผันแปรและรายจ่ายผันแปร และ 4.ข้อมูลสินทรัพย์และหนี้สิน ได้แก่ สินทรัพย์สภาพคล่อง สินทรัพย์ส่วนตัว สินทรัพย์เพื่อการลงทุน หนี้สินระยะสั้น และหนี้สินระยะยาว โดย
“เมื่อบันทึกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ผู้ใช้งานสามารถเรียกดูการสรุปรายงานต่างๆ ได้แก่ สรุปรายงานประจำเดือน จะแสดงรายการเปรียบเทียบรายรับ รายจ่าย เงินออม และเงินคงเหลือ พร้อมทั้งเปรียบเทียบสัดส่วนรายจ่ายคงที่และรายจ่ายผันแปรในแต่ละเดือน สรุปรายงานประจำปี จะแสดงเปรียบเทียบรายรับ รายจ่าย เงินออม และเงินคงเหลือ พร้อมทั้งเปรียบเทียบสัดส่วนรายจ่ายคงที่และรายจ่ายผันแปรของทั้งปี รายงานงบดุล พร้อมแสดงผลการตรวจสุขภาพการเงินพร้อมคำอธิบาย และรายงานงบกระแสเงินสด ได้อีกด้วย สามารถแก้ไขหรือบันทึกข้อมูลเพิ่มเพื่อให้การวางแผนเป็นไปตามเป้าหมายได้







