posttoday
วรรณสปอท4ลุยหุ้นใหญ่ดักตปท.มา

วรรณสปอท4ลุยหุ้นใหญ่ดักตปท.มา

11 มีนาคม 2557

วรรณบริหารกองสปอท 5 เข้าเป้า ส่งกองใหม่ขายต่อ เชื่อต่างชาติหวนซื้อหนุนหุ้นกลางใหญ่ขยับ

วรรณบริหารกองสปอท 5 เข้าเป้า ส่งกองใหม่ขายต่อ เชื่อต่างชาติหวนซื้อหนุนหุ้นกลางใหญ่ขยับ

นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) วรรณ เปิดเผยว่า บริษัทสามารถบริหารกองทุนเปิด วรรณ อิคควิตี้ สปอท 5 ฟันด์ (ONESPOT5) ได้ผลตอบแทนตามเป้าหมาย ณ วันที่ 7 มี.ค. 2557 มีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 10.53 บาท หรือคิดเป็นผลตอบแทน 5% ของเงินลงทุนเริ่มแรกเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2557 โดยใช้เวลา 44 วัน แม้ปัจจัยด้านการเมืองจะกดดันตลาดในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

“บริษัทใช้กลยุทธ์การคัดเลือกหุ้นขนาดใหญ่และราคาที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาค ทำให้หุ้นเหล่านี้สามารถปรับตัวขึ้นตามที่ประเมินไว้” นายวิน กล่าว

สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้น คาดว่ายังผันผวนต่อไปอีกระยะ โดยปัจจัยการเมืองยังเป็นปัจจัยหลักที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งมุมมองในระยะสั้นแนะนำให้นักลงทุนทยอยขายทำกำไรเมื่อดัชนีปรับตัวขึ้นสูงกว่าระดับ 1,320 จุด ส่วนการลงทุนในระยะยาวยังคงต้องดูจังหวะการลงทุนด้วยความระมัดระวัง ดัชนีน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,300-1,340 จุด ซึ่งเป็นกรอบที่น่าสนใจในการลงทุน

“ตลาดหุ้น ณ ระดับปัจจุบันมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่บาง กลุ่มและขนาดกลาง หลังจากตลาดเริ่มรับรู้ปัจจัยการเมืองไปค่อนข้างมาก รวมถึงตลาดหุ้นในกลุ่ม TIPs ปรับขึ้นมากตั้งแต่ต้นปี โดยอินโดนีเซียปรับขึ้นกว่า 8.1% ขณะที่ฟิลิปปินส์ปรับตัวขึ้น 9.09% ซึ่งตลาดหุ้นไทยยังปรับขึ้นเพียง 2.05% ในขณะที่ต่างชาติเริ่มชะลอการขาย โดยกลับมาซื้อสุทธิในตลาดหุ้นแทน ดังนั้นจึงมีโอกาสที่หุ้นไทยน่าจะปรับตัวขึ้นได้ในระยะถัดไป” นายวิน กล่าว

อย่างไรก็ตาม จากปัจจัยดังกล่าวบริษัทจึงเสนอขาย กองทุนเปิดวรรณ อิคควิตี้ สปอท 4 ฟันด์ (ONESPOT4) ระหว่างวันที่ 11-14 มี.ค. 2557 ตั้งเป้าหมายผลตอบแทน 4% ภายในเวลา 5 เดือน หรือเลิกกองทุนเมื่อหน่วยลงทุนไม่ต่ำกว่า 10.43 บาท

สำหรับนโยบายการลงทุนของกองทุนจะเน้นลงทุนกลุ่มท่องเที่ยว เกษตรและอาหาร ขนส่ง โรงพยาบาล และกลุ่ม ที่ปัจจุบันราคาต่ำกว่าระดับที่เหมาะสม ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ยังมีแนวโน้มที่ดีจากการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะผ่านพ้นจุดต่ำสุดได้ในไตรมาสแรกของปี 2557 ทำให้การใช้จ่ายภายในประเทศและการท่องเที่ยวน่าจะกลับมาเติบโตได้

ด้าน นายรัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.แอสเซท พลัส กล่าวว่า บริษัทยังให้น้ำหนักสถานการณ์การเมืองไทยเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 12 มี.ค.นี้ โดยประเมินว่า หาก กนง.มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เป็น 2% จะทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นปรับตัวลง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวมีโอกาสปรับตัวลดลงน้อยกว่าพันธบัตรระยะสั้น เนื่องจากได้ปรับตัวลดลงไปก่อนหน้านี้แล้ว

“การเคลื่อนไหวของเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในเดือนก.พ.ที่ผ่านมาปรับลดลงตลอดทั้งเส้นโดยเฉพาะในตราสารระยะยาว ซึ่งตอบรับกับการคาดการณ์ว่าในการประชุมของกนง.ครั้งนี้จะมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้มีแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันมากขึ้น ขณะที่ปริมาณการออกใหม่ของพันธบัตรมีอยู่จำกัด”นายรัชต์ กล่าว

สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น บริษัทแนะนำล็อกผลตอบแทนก่อน กนง.มีมติในวันที่ 12 มี.ค.นี้ บริษัทจะเปิดขายและรับซื้อคืนรอบใหม่กองทุนเปิดแอสเซทพลัสแอ็คทีฟตราสารหนี้ 8 รอบการลงทุน 3 เดือน เน้นลงทุนตั๋วเงินคลัง พันธบัตรและตั๋วแลกเงินเอกชน คาดว่าผลตอบแทนสุทธิ 2.7% ต่อปี

นอกจากนี้ บริษัทยังมีกองทุนเปิดแอสเซทพลัสตราสารหนี้ (ASP) มีนโยบายลงทุนในตราสารระยะสั้นโดยเป็นกองทุนสภาพสภาพคล่องที่เปิดซื้อขายหน่วยลงทุนทุกวันทำการ ที่มีกลยุทธ์การบริหารแบบมีกองทุนรวมตลาดเงิน (มันนี่ มาร์เก็ต) เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการพักเงินลงทุนของผู้ลงทุน

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า