posttoday
TDRIชี้ไทยเผชิญคอร์รัปชั่นเพิ่มตลอดช่วง4-5ปี

TDRIชี้ไทยเผชิญคอร์รัปชั่นเพิ่มตลอดช่วง4-5ปี

10 มีนาคม 2557

ทีดีอาร์ไอชี้ไทยเผชิญการคอร์รัปชั่นเพิ่มตลอดช่วง 4-5ปีที่ผ่านมา ชี้ตัวปัญหาอยู่ที่ภาคการเมือง ระบุคนมองพรรคการเมือง-ตำรวจโกงมากสุด

ทีดีอาร์ไอชี้ไทยเผชิญการคอร์รัปชั่นเพิ่มตลอดช่วง 4-5ปีที่ผ่านมา ชี้ตัวปัญหาอยู่ที่ภาคการเมือง ระบุคนมองพรรคการเมือง-ตำรวจโกงมากสุด

เมื่อวันที่ 10 มี.ค. นางเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวภายในงานสัมมนาเรื่อง “ดัชนีชี้วัดสถานการณ์ทุจริตคอร์รัปชั่นไทย”ว่า ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาก ไทยเผชิญปัญหาคอร์รัปชั่นเพิ่มมาตลอด ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลก เพราะจากการศึกษาจะพบว่าประเทศที่มีการใช้ระบอบประชาธิปไตยมากกว่า 40 ปีขึ้นไป การคอร์รัปชั่นจะลดน้อยลง แต่ไทยใช้ระบอบประชาธิปไตยมานานกว่า 80 ปี ตั้งแต่ปี 2475 แต่การคอร์รัปชั่นกลับเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ จากผลการสำรวจพบว่าตัวปัญหาของการคอร์รัปชั่นอยู่ที่ภาคการเมือง ซึ่งสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือการคอร์รัปชั่นของไทยมีผลต่อการประกอบธุรกิจ เป็นปัจจัยที่ภาคธุรกิจกังวล ต่างจากประเทศเกาหลีที่มีการคอร์รัปชั่นในภาคการเมืองค่อนข้างมาก แต่ไม่ส่งผลต่อการประกอบธุรกิจ

นางเดือนเด่น กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีที่เมืองไทยมีความพยายามจะปฏิรูปการเลือกตั้ง เพราะประชาชนไม่มั่นใจต่อการเลือกตั้ง และการเลือกตั้งไม่ดีพอที่จะได้มากซึ่งนักการเมืองที่ดีมีคุณภาพ ขณะที่กลไกลตรวจสอบด้านการคอร์รัปชั่น เช่น หน่วยงานอิสระต่างๆ ถูกตั้งมามากมาย แต่การคอร์รัปชั่นกลับไม่ได้ลดน้อยลง แสดงว่าหน่วยงานเหล่านี้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ทุกองค์กรมีจุดอ่อน และยังต้องของบประมาณจากรัฐบาล

ขณะเดียวกันต้องมีการปฏิรูปด้านการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร เพราะหน่วยงานทุกแห่งปกปิดข้อมูล ซึ่งในประเทศไทยเรียกว่าข้อมูลของราชการ ไม่ใช่ข้อมูลสาธารณะที่ประชาชนเข้าถึงเหมือนของต่างประเทศ

น.ส.บุญวรา สุมะโน นักวิชาการ ทีดีอาร์ไอ เปิดเผยว่า หากอ้างอิงตามดัชนีชี้วัดคอร์รัปชั่น หรือ ซีพีไอ ที่จัดทำโดยองค์กรวัดความโปร่งใสนานาชาติ ซึ่งจัดอันดับในทุกๆ ปี จะเห็นว่า สถานการณ์คอร์รัปชั่นในไทยแย่ลงตามลำดับ ตั้งแต่ปี 2553-2556 โดยในปี 2556ไทยถูกจัดอันดับในเรื่องการคอร์รัปชั่นอยู่ที่ระดับ 102 จากทั้งหมด 177 ประเทศ ลดลงจากอันดับ 88 ในปี 2555 ซึ่งอยู่ในอันดับที่ต่ำกว่าประเทศฟิลิปปินส์ที่อยู่ที่อันดับ 94 โดยมีคะแนนอยู่ที่ระดับ 35 จาก 100 ซึ่งการที่ตัวเลขน้อยเท่าไหร่เท่ากับยิ่งมีการคอร์รัปชั่นมาก

ขณะที่สถาบันที่ประชาชนคิดว่ามีการคอร์รัปชั่นสูงที่สุดจากการสำรวจในปี 2556 ได้แก่ พรรคการเมือง และตำรวจ เนื่องจากประชาชนเคยมีประสบการณ์การติดสินบนให้กับตำรวจมากที่สุด ส่วนองค์กรด้านศาสนาเป็นองค์กรที่มีการคอร์รัปชั่นน้อยที่สุด

ด้านการสำรวจในเรื่องธรรมมาภิบาลจากดัชนีชี้วัดเรื่องการเจริญรุ่งเรือง พบว่า ความโปร่งในการเลือกตั้งเป็นเรื่องที่มีความน่าเชื่อถือน้อยที่สุด ขณะที่สถาบันทางการเงินของไทยเป็นสถานบันที่มีความน่าเชื่อถือมากที่สุด และในปี 2556 86.7% ของประชาชนคิดว่ามีภาคธุรกิจและรัฐบาลมีการคอร์รัปชั่นมากขึ้น

ส่วนการจัดอันดับของดัชนีชี้วัดความสามารถในการแข่งขันของไทยไทยอยู่ในอันดับที่ 37  เป็นรองสิงคโปร์ที่อยู่อันดับ 2 มาเลเซียอันดับ 24 และบรูไนอันดับ 26 ซึ่งในเรื่องดังกล่าวไทยถือว่าอยู่ในอันดับที่ดีหากเทียบกับประเทศในอาเซียนด้วยกัน เพราะส่วนหนึ่งเป็นผลจากความสามารถทางเศรษฐกิจของไทยดีกว่าประเทศอื่น แต่ปัญหาที่นักธุรกิจส่วนใหญ่มองว่าเป็นปัญหาในการทำธุรกิจในเมืองไทยมากที่สุด คือ การคอร์รัปชั่น 20.2% ความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาล 16.5% การไม่ต่อเนื่องของนโยบาย 13.5% และ การที่หน่วยงานรัฐไม่มีประสิทธิภาพ 13.4%

นางเสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การคอร์รัปชั่นเป็นต้นทุนของภาคธุรกิจ ทำให้ภาคธุรกิจคาดการณ์ต้นทุนไม่ได้ ซึ่งตั้งแต่ปี 2554-2556 ผู้ประกอบการประมาณการณ์ว่ามูลค่าการทุจริตคอร์รัปชั่นอยู่ที่ 25-35% ของงบประมาณ โดยมูลค่าจะเพิ่มขึ้นเพราะในระยะหลังเม็ดเงินของการลงทุนมีมากขึ้น จึงจะเกิดความเสียหายมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ