
เทรนด์ก่อสร้างอาเซียน
อุตสาหกรรมก่อสร้างในไทยยังขยายตัวต่อเนื่อง ตามแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ ที่มีครอบครัวไซส์เล็กลง ทำให้การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยประเภทต่างๆ มีการปรับรูปแบบตั้งแต่การออกแบบ การก่อสร้าง ฯลฯ เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีการใช้ชีวิตตามไปด้วย โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อุตสาหกรรมก่อสร้างในไทยยังขยายตัวต่อเนื่อง ตามแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ ที่มีครอบครัวไซส์เล็กลง ทำให้การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยประเภทต่างๆ มีการปรับรูปแบบตั้งแต่การออกแบบ การก่อสร้าง ฯลฯ เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีการใช้ชีวิตตามไปด้วย โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
“เจียนลูก้า แลงก์” ผู้จัดการฝ่ายอุตสาหกรรมประจำภูมิภาคอาเซียนของออโตเดสก์ สะท้อนวิวัฒนาการทางสิ่งปลูกสร้างที่กำลังเปลี่ยนแปลง และเติบโตขึ้นอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เริ่มมีตึกสูงมากมาย เพื่อตอบสนองความต้องการทางด้านการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า จากการขยายตัวของเขตเมืองที่เกิดขึ้นรวดเร็วตั้งแต่ทศวรรษที่ผ่านมา จากชนชั้นกลางที่กำลังเพิ่มจำนวนขึ้น
ขณะที่การก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานด้านโยธา จะเป็นตัวแทนของสองสิ่งที่ใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดทางเศรษฐกิจของประเทศไทย และในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ การสร้างสิ่งก่อสร้างที่ทันสมัยและเป็นระบบ เช่น เซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์ สิงคโปร์ สปอร์ต ฮับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติอินโดนีเซีย และการก่อสร้างส่วนขยายของรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ
โดยเราจะได้เห็นสิ่งก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานในปี 2557 ดังนี้ 1.ศักยภาพของเทคโนโลยีคลาวด์ที่นำมาใช้แพร่หลาย ช่วยให้การทำงานนอกสถานที่สะดวกขึ้น 2.การทำงานโดยใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ จะมีส่วนสำคัญสร้างความร่วมมือในสายงานด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรมและการก่อสร้าง บริษัทที่คิดการณ์ไกลจะใช้เทคโนโลยีเพื่อตรวจสอบการออกแบบและติดตามปัญหาในภาคสนาม ดังนั้น การนำไอแพดและแท็บเล็ตมาใช้งานในภาคสนามจะเป็นมาตรฐานใหม่
3.ในปี 2557 และจากนี้ไปอีก 5 ปี คาดว่าการใช้งาน BIM เทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามามีบทบาทในวงการก่อสร้างตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบไปจนถึงการก่อสร้างอาคาร จะมาเปลี่ยนรูปแบบการออกแบบและการจัดการในแต่ละโครงการจากแบบเดิมๆ โดยในปี 2563 คาดว่า BIM จะก้าวเข้ามาเป็นเทคโนโลยีหลักของการออกแบบและก่อสร้าง
4.ภายในปี 2563 ระบบการส่งไฟล์จะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถสร้างชิ้นส่วนของสิ่งก่อสร้างได้จากนอกสถานที่ ซึ่งการผลิตแบบดิจิตอลทั้งในและนอกสถานที่จะเป็นมาตรฐานการทำงานอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่น่าจับตามองในปีนี้ จากการเจริญเติบโตที่เชื่อมโยงไปยังการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งคาดว่าจะมีการก่อสร้างครอบคลุมไปทั่วภูมิภาคและเชื่อกันว่านวัตกรรมทางการเงิน เช่น ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPPs) ที่เข้าใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้ 4 ปัจจัยที่น่าจับตามองในปีนี้ และผลจาก PPP ประกอบด้วย
1.เมื่อรัฐบาลมีปัญหาทางด้านการเงิน ความร่วมมือแบบ PPP จะมีเพิ่มมากขึ้น ซึ่ง PPP คือการทำสัญญาระหว่างภาครัฐและเอกชนโดยมีทรัพยากร ความเสี่ยง และผลตอบแทนต่างๆ ร่วมกัน
2.ความต้องการที่เพิ่มขึ้นของ PPP ได้รับการตอบสนองจากการแข่งขันที่มาจากทั่วโลก การลงทุนที่มาจากภาคเอกชนในท้องถิ่นนั้นจะไม่มีอีกต่อไป
3.จับตามองความสำคัญของเงินทุน PPP ที่ให้ผลตอบแทนแบบองค์รวมที่ดีที่สุด เพราะไม่เพียงแต่จะดีในด้านการเงิน สังคมและสิ่งแวดล้อมในโครงการที่เฉพาะเจาะจงเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความยืดหยุ่นของโครงสร้างพื้นฐานในการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติได้อย่างสมดุลอีกด้วย
และสุดท้าย 4.การวางแผน การออกแบบที่ทันสมัยและการส่งมอบเครื่องมือจะส่งผลสำคัญต่อการพัฒนา PPP ในปี 2557 การผูกการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาคเอกชนด้วยกลยุทธ์และนวัตกรรมจากเทคโนโลยี 3 มิติ ไม่เพียงช่วยให้เจ้าของโครงสร้างพื้นฐานและนักลงทุนเห็นถึงความโปร่งใสของโครงการและเข้าใจขอบเขตและความซับซ้อนในการลงทุน แต่ยังช่วยให้ปรับปรุงโครงการจัดหาเงินทุนในโครงการมีประสิทธิภาพ
ในเมื่อความท้าทายด้านการก่อสร้างกับโครงสร้างพื้นฐานทางโยธาอยู่ตรงหน้าแล้ว กลุ่มลูกค้าจะเผชิญหน้ากับความท้าทายได้ ด้วยเทคโนโลยีอันล้ำหน้าร่วมกับนวัตกรรมด้านการเงิน ด้วยความร่วมมือระหว่าง PPP,คลาวด์, อุปกรณ์เคลื่อนที่และเทคโนโลยี BIM จะมาทดแทนกระบวนการที่ล้าสมัย และสร้างหนทางที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
และในปี 2557 นี้ จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงสำหรับอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานของอาเซียน







