
ทบทวนจุดแข็ง
สัปดาห์ก่อน นักลงทุนญี่ปุ่นประกาศว่าไทยและอินโดนีเซียเป็นเป้าหมายปลายทางการลงทุนในอาเซียน พร้อมยืนยันว่าญี่ปุ่นไม่ทิ้งไทยแน่
สัปดาห์ก่อน นักลงทุนญี่ปุ่นประกาศว่าไทยและอินโดนีเซียเป็นเป้าหมายปลายทางการลงทุนในอาเซียน พร้อมยืนยันว่าญี่ปุ่นไม่ทิ้งไทยแน่
วัฒนธรรมญี่ปุ่นทำให้คนญี่ปุ่นขึ้นชื่อในเรื่องความเกรงอกเกรงใจเป็นที่ตั้ง หรือถ้าไม่ชอบใจเรื่องใดก็จะพูดอ้อมๆ ไม่พูดมาก แต่ตรงประเด็น
อย่างวันนี้จะบอกว่านักลงทุนญี่ปุ่นไม่ค่อยพิสมัยกับไทยนักก็ว่าได้ เพราะในช่วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา การเมืองไทยอยู่ในภาวะยุ่งเหยิง ที่รุนแรงที่สุดก็คือการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ และเหตุการณ์เผาเมืองเมื่อปี 2553 นักลงทุนญี่ปุ่นต้องตั้งคำถามเรื่องสวรรค์การลงทุนของประเทศไทย
ที่เลวร้ายกว่านั้น คือ เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2554 ที่นักลงทุนญี่ปุ่นได้รับผลกระทบหนัก ตลอดจนการไร้เสถียรภาพของรัฐบาล 3-4 ชุดหลังมานี้ ยิ่งสั่นคลอนความเชื่อมั่นนักลงทุนญี่ปุ่นเป็นเท่าทวี
การย้ายฐานการผลิตของญี่ปุ่นเพื่อลดเสี่ยงจึงเกิดขึ้นเร็วกว่าปกติ และเป้าหมายใหม่ที่เย้ายวนใจ คือ อินโดนีเซีย ที่เริ่มมีภาษีดีกว่าไทยหลายๆ ด้าน เช่น ค่าแรงถูก และตลาดภายในใหญ่กว่าไทย 3-4 เท่า
ล่าสุด ญี่ปุ่นกำลังรุกใหญ่เข้ามาในอาเซียน โดยจัดส่งเทรนเนอร์กว่า 3,000 คน กระจายไปทุกประเทศ เป้าหมายหลักเพื่อเตรียมคนในแต่ละประเทศให้พร้อมรับย้ายฐานลงทุนจากญี่ปุ่นสู่ภูมิภาคนี้ หลังเหตุการณ์ภัยพิบัติแผ่นดินไหว 8.8 ริกเตอร์ และสึนามิถล่มเกาะญี่ปุ่นเดือน มี.ค. 2554
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าญี่ปุ่นจะโดดหนีทิ้งไทยเสียดื้อๆ ญี่ปุ่นยังคงลงทุนในไทย เพราะไทยมีจุดแข็งเชิงภูมิศาสตร์ และเป็นชาติที่มีนิสัยต้องจริตคนญี่ปุ่นมากที่สุด แต่อัตราเร่งการลงทุนคงไม่มากมายเหมือนก่อน
ปรากฏการณ์หนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ แผนการย้ายฐานการผลิตของเอสเอ็มอีญี่ปุ่นขนานใหญ่มาไทย ตอนนี้เรียกว่าขณะนี้แทบจะหยุดชะงัก
ญี่ปุ่นมองหาแหล่งลงทุนที่สดใหม่กว่า เช่น นิคมอุตสาหกรรมติละวาในพม่า ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นเพิ่มสายการผลิตรถในอินโดนีเซียในอัตราเร่ง
ดังนั้น ถึงเวลาที่ไทยต้องทบทวนจุดแข็งของไทยใหม่ และวางตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ใหม่ว่าไทยจะอยู่อย่างไร เดินไปทิศทางไหน อย่างไร เมื่อใด และต้องทำตามสิ่งที่กำหนดไว้ให้ได้
ที่สำคัญ ต้องปิดจุดอ่อนเฉพาะหน้าเสียก่อน คือ ความขัดแย้งทางการเมือง การวางระบบจัดการน้ำท่วม น้ำแล้ง เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมทั้งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง และตัดเนื้อร้ายในเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น
ทว่า เงื่อนไขหนึ่งที่สำคัญก็คือผู้นำรัฐบาล ดั่งภาษิตโรมันที่ว่า ฝูงแกะที่มีราชสีห์นำ ดีกว่าฝูงราชสีห์ที่มีแกะนำ ยิ่งถ้าเป็นลูกแกะแล้วจะไปสู้กับใคร







