
ราคาทองคำยังแกว่งตัวในทิศทางขาขึ้น
สัญญาทองคำปิดปรับตัวลดลง 13.6 เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 1.01% ที่ระดับ 1,338.2 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ เพราะได้รับแรงกดดันจากตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐที่ออกมาดีเกินคาด ทำให้ลดความน่าดึงดูดใจในการลงทุนทองคำ และยังทำให้ความหวังที่ว่าเฟดจะชะลอการปรับลด QE ต้องลดลง อย่างไรก็ดี ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาทองคำมีการปรับตัวสูงขึ้นทั้งสิ้น 1.3% ขณะที่ในปีนี้นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นแล้ว 11% และไปทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,355 เหรียญสหรัฐได้ในวันที่ 3 มี.ค. ซึ่งนับเป็นสถิติที่สูงที่สุดในรอบ 4 เดือน จากเหตุตึงเครียดในยูเครน
สัญญาทองคำปิดปรับตัวลดลง 13.6 เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 1.01% ที่ระดับ 1,338.2 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ เพราะได้รับแรงกดดันจากตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐที่ออกมาดีเกินคาด ทำให้ลดความน่าดึงดูดใจในการลงทุนทองคำ และยังทำให้ความหวังที่ว่าเฟดจะชะลอการปรับลด QE ต้องลดลง อย่างไรก็ดี ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาทองคำมีการปรับตัวสูงขึ้นทั้งสิ้น 1.3% ขณะที่ในปีนี้นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นแล้ว 11% และไปทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,355 เหรียญสหรัฐได้ในวันที่ 3 มี.ค. ซึ่งนับเป็นสถิติที่สูงที่สุดในรอบ 4 เดือน จากเหตุตึงเครียดในยูเครน
อย่างไรก็ดี ตลาดทองคำยังได้รับแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างรวดเร็วจากระดับ 32.50 บาท/เหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ระดับประมาณ 32.30 บาท/เหรียญสหรัฐ จึงกดดันให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นไม่มาก และราคาทองคำของไทยทรงตัวอยู่ที่บริเวณ 20,500 บาท/บาททองคำ โดยที่เมื่อวันศุกร์ (7 มี.ค.) SPDR เข้าซื้อทองคำเพิ่ม 1.5 ตัน ปัจจุบันถือครองทองคำที่ระดับ 805.2 ตัน หลังจากที่ชะลอการซื้อขายมา 7 วันทำการแล้ว
MTS Gold วิเคราะห์ว่า หากราคาทองคำยังสามารถยืนอยู่เหนือระดับ 1,340 เหรียญสหรัฐ ขึ้นไปได้ เชื่อว่าราคาจะสามารถขึ้นไปทดสอบที่ระดับสูงอย่างต่อเนื่องได้อีก โดยมีราคาเป้าหมายที่ระดับ 1,355 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเดิมและเป็นแนวต้านสำคัญ ณ ขณะนี้ ซึ่งในวันที่ 19 มี.ค. จะมีการประชุมของเฟดว่าจะยังคงตัดสินใจปรับลด QE ลงอีกหรือไม่ ซึ่งตลาดคาดว่าจะเป็นเช่นนั้น ในขณะที่สภาพความตึงเครียดในยูเครนเริ่มลดสภาวะน้อยลงในทางการทหาร แต่ก็ยังมีความตึงเครียดในเชิงการประชุมต่างๆ รวมทั้งข่าวจากนายกรัฐมนตรียูเครน ซึ่งเป็นความตึงเครียดในระดับการประชุมเท่านั้น
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่ออกมาในช่วง 2 สัปดาห์นี้ ยังมีความผันผวนไม่แน่นอนจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น จึงทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจภาคการผลิตและการจ้างงานมีทั้งบวกและลบสลับกันอยู่ โดยที่สภาวะคนว่างงาน Unemployment Rate ที่ประกาศในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (7 มี.ค.) พบว่าปรับตัวสูงขึ้น 6.7% ซึ่งคาดว่าได้รับผลกระทบมาจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น
สำหรับภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐถ้าเทียบกับยูโรโซน ยังพบว่าเศรษฐกิจของยุโรปออกมาค่อนข้างดีและเป็นตัวผลักดันให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนลงเมื่อเทียบกับยูโร/เหรียญสหรัฐ โดยค่าเงินยูโร/เหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับ 1.3860 สู่ระดับ 1.3871 ยูโร/เหรียญสหรัฐ และวิเคราะห์ว่าค่าเงินยูโรมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากการใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของ มาริโอ ดรากี ประธานอีซีบี ที่ยังคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ 0.25% จึงวิเคราะห์ได้ว่า ค่าเงินเหรียญสหรัฐน่าจะอยู่ในทิศทางอ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินยูโร/เหรียญสหรัฐ
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ราคาทองคำยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น โดยยังมีการแกว่งตัวในระยะสั้นค่อนข้างมาก มีความผันผวนขึ้นและลงสลับกันในลักษณะกระชากอยู่ตลอด แต่แล้วโดยภาพรวมราคาทองคำยังทรงตัวอยู่ในระดับที่สูงขึ้นตลอดเวลา แนวต้านถัดไปอยู่ที่ระดับ 1,355 เหรียญสหรัฐ และ 1,365 เหรียญสหรัฐ ตามลำดับ ในขณะที่แนวรับสำคัญอยู่ที่ระดับ 1,330 เหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่ายังเป็นแนวรับที่ทำงานได้ดีอยู่ ณ ขณะนี้
กลยุทธ์การลงทุน
ยังเน้นการลงทุนในลักษณะทิศทางขาขึ้นตามสภาพตลาด และเน้นให้ปรับ Portfolio ให้เป็นสภาวะขาขึ้น โดยลดสถานะ Short Position ลง นักลงทุนในตลาด Gold Futures ยังคงแนะนำให้บริหารพอร์ตการลงทุนในทิศทางขาขึ้นและรักษาสมดุลของเงิน Margins กับสภาพตลาดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
MTS Gold Futures ผู้นำการลงทุนในทองคำแท่งและ Gold Futures รวมทั้งเป็น Broker ในตลาด SET50 Index Futures ของตลาด TFEX จะจัดงานสัมมนาในหัวข้อ “กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นแบบ Day Trading” ระดับ Intermediate ในวันเสาร์ที่ 15 มี.ค.นี้ เวลา 10.0012.00 น. ณ MTS Gold สาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ชั้น 17 ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการวิเคราะห์และการลงทุนให้กับท่านนักลงทุนได้ สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ MTS Gold Call Center หรือเจ้าหน้าที่ Marketing ที่ดูแลท่าน 02-770-7777







