
การันตีบาเซิล3ไม่กระทบแบงก์ไทย
เงินกองทุนลดลงธปท.ชี้แค่12%ระดมทุนใหม่ถูก
เงินกองทุนลดลงธปท.ชี้แค่12%ระดมทุนใหม่ถูก
ธปท.ชี้การนับตราสารหนี้เป็นทุนตามเกณฑ์บาเซิล 3 ไม่สั่นคลอนเสถียรภาพความเข้มแข็งระบบการเงิน
นางสาลินี วังตาล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนและสภาพคล่อง (บาเซิล 3) ซึ่งกำหนดประเภทตราสารหนี้ที่จะนับเป็นทุนในเงินกองทุนขั้นที่ 2 ใหม่กระทบเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) ของธนาคารพาณิชย์ในไทยเล็กน้อย ประมาณ 12% เท่านั้น จากบีไอเอสเฉลี่ยทั้งระบบในปัจจุบัน 1516% ทั้งที่เงินกองทุนขั้นต่ำตามกฎหมายกำหนด 8.5%
“ถึงตราสารหนี้เดิมที่เคยนับเป็นทุนได้ จะนับเป็นทุนไม่ได้บ้าง ก็ไม่สั่นคลอนเสถียรภาพและความเข้มแข็งเงินกองทุนแบงก์ในไทยแน่ เพราะหากทุนลดเพราะเหตุผลนี้ แบงก์ก็สามารถทยอยออกตราสารหนี้ใหม่มาทดแทนได้ เพียงแต่ต้นทุนดอกเบี้ยของตราสารหนี้ประเภทหุ้นกู้ด้อยสิทธิดอกเบี้ยอาจจะค่อนข้างสูง แต่ขายไม่ยาก เพราะแบงก์มีความน่าเชื่อถือและผลตอบแทนดี เพียงแต่ผู้ลงทุนต้องรับความเสี่ยงเพิ่ม เนื่องจากหุ้นกู้ด้อยสิทธิผู้ถือมีสิทธิต่ำกว่าเจ้าหนี้และผู้ฝากเงิน หากฐานะแบงก์เกิดปัญหา เสียหาย และต้องแปลงเป็นหุ้นสามัญได้” นางสาลินี กล่าว
นางสาลินี กล่าวว่า ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันถึงสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์จะชะลอไปบ้าง แต่ก็เชื่อว่าปีนี้สินเชื่อจะโตได้ระดับ 78% จากเดิมที่โตได้ประมาณ 10% ซึ่งถือว่าสินเชื่อยังขยายตัวได้ เพียงแต่ไม่สูงเช่นที่ผ่านมา แต่ถือว่าขยายตัวได้ และธนาคารพาณิชย์ยังมีฐานะมั่นคงมองว่าหากสถานการณ์การเมืองจบในครื่งแรกปีนี้เศรษฐกิจน่าจะกลับมาดีขึ้นได้ในช่วงครึ่งปีหลังที่สินเชื่อน่าจะขยายตัวได้มากขึ้น
นางสาลินี กล่าวอีกว่า ตราสารหนี้ประเภทหุ้นกู้ด้อยสิทธิมีความเสี่ยงตามเกณฑ์บาเซิล 3 คือ หากเกิดปัญหาฐานะกับธนาคารตราสารเหล่านี้สามารถตัดเป็นหนี้สูญ (Write Off) ได้ และผู้ที่ถืออาจต้องเปลี่ยนฐานะผู้ถือหุ้นกู้ด้อยสิทธิเป็นผู้ถือหุ้นสามัญได้ เพราะเกณฑ์ใหม่กำหนดให้แปลงเป็นหุ้นสามัญได้ ทำให้ผู้ถือลงทุนตราสารประเภทนี้มีความเสี่ยง
ทั้งนี้ นอกจากจะมีสิทธิได้เงินหลังเจ้าหนี้และผู้ฝากเงินแล้ว ยังอาจถูกตัดหนี้สูญหรือแปลงเป็นหุ้นสามัญได้ เพื่อให้เป็นทุนได้อย่างแท้จริงและมีสภาพคล่องสูงตามเกณฑ์ ส่งผลให้ตราสารหนี้ประเภทนี้ให้ดอกเบี้ยผลตอบแทนสูง จากเดิมดอกเบี้ยประมาณ 66.5% ถ้าออกในช่วงนี้ที่ดอกเบี้ยอาจจะอยู่ที่ประมาณ 5% ตามแนวโน้มดอกเบี้ยที่ตลาดคาดว่าจะปรับลดลงจากปัจจุบัน
นอกจากนี้ ณ ธ.ค. 2556 ธปท.รายงานฐานะบีไอเอสเฉลี่ยทั้งระบบ 1.61 ล้านล้านบาท หรือ 15.48% ในจำนวนนี้แบ่งเป็นเทียร์ 1 จำนวน 1.23 ล้านล้านบาท หรือ 11.89% และเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 2 ประมาณ 3.8 แสนล้านบาท หรือ 3.59%โดยที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์ในประเทศทั้ง 16 ออกตราสารหนี้เพื่อนับเป็นเทียร์ 2 น้อย ส่วนใหญ่อยู่ในเทียร์ 1 ซึ่งเกณฑ์บาร์เซิล 3 ที่นำมาใช้ใหม่ให้นับตราสารหนี้เป็นทุนได้เฉพาะตราสารหนี้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน เปลี่ยนเป็นหุ้นสามัญได้ และต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 5 ปี ที่ออกขายนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศได้
นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า เกณฑ์บาเซิล 3 กระทบเงินกองทุนของระบบธนาคารไทยน้อย เพราะส่วนใหญ่ถือพันธบัตรกระทรวงการคลังและพันธบัตร ธปท.ที่มีความมั่นคงสูงแต่รอบนี้น่าจะมีผลต่อตราสารหนี้ที่นับเป็นทุนประมาณหลายหมื่นล้านบาท แต่ไม่กระทบฐานะเนื่องจากธนาคารใดที่ต้องการรักษาสัดส่วนทุนไม่ให้ลดลงก็ทยอยออกมาทดแทนได้ ซึ่งตราสารส่วนหนี้จะครบกำหนดในปีนี้และปีหน้าจำนวนเท่าไรนั้นไม่รู้จำนวนที่ชัดเจน แต่ถือว่ายังมีเวลา เพราะกว่าจะนับตราสารเหล่านี้เป็นทุนไม่ได้หรือตราสารเหล่านี้จะกลายเป็น 0 ในทุนตามเกณฑ์ใหม่ก็ปี2565 (ค.ศ.2022)







