
พักฐานบ้าง...หลังขึ้นต่อเนื่อง
ทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้นก่อนที่จะแกว่งตัวออกด้านข้างในปลายสัปดาห์
ทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้นก่อนที่จะแกว่งตัวออกด้านข้างในปลายสัปดาห์ การปรับตัวขึ้นเป็นไปในทิศทางเดียวกับผลทางด้านฤดูกาลที่ตลาดหุ้นไทยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มักมีช่วงปรับตัวขึ้นในเดือน มี.ค. และ เม.ย. ที่เป็นช่วงเทศกาลปันผล โดยในปีนี้นับตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค. หุ้นไทยปรับตัวขึ้นประมาณ 2% ถือว่ายังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 3.92% แต่ในปัจจุบันยังไม่ครบสิ้นเดือนและมีความเสี่ยงทั้งภายนอกและภายใน ส่งผลให้ภาพรวมผลตอบแทนในขณะนี้ปัจจุบันยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต
ทิศทางในสัปดาห์นี้ คาดว่าตลาดจะเริ่มพักฐานสั้น ไม่ว่าจะออกมาในลักษณะของการแกว่งตัวออกด้านข้างหรืออ่อนตัวลง หลังจากปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าเรายังประเมินว่าแนวโน้มในเดือนนี้ยังดี หากไม่มีปัจจัยทางด้านการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อหุ้นรุนแรงเข้ามา ตลาดหุ้นไทยยังจะให้ผลตอบแทนเป็นบวกเช่นเดียวกับผลทางด้านฤดูกาลที่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเดือน มี.ค. และ เม.ย. ตลาดให้ผลตอบแทน 3.92% และ 4.05% ตามลำดับ โดยประเด็นที่อาจจะส่งผลให้ตลาดมีการพักฐานสั้นๆ ก่อนเป็นผลมาจากนักลงทุนสถาบันที่เริ่มกลับมาอยู่ทางฝั่งขายหลังซื้อสะสมต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีจะเป็นปัจจัยที่กดดันตลาด เนื่องจากที่ผ่านมาแรงซื้อแรงขายของนักลงทุนสถาบันมีผลต่อระดับการขึ้นลงของตลาด
ประเด็นเรื่องยูเครนคาดว่าจะเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา โดยเฉพาะในวันอาทิตย์ที่ 16 มี.ค.นี้ รัฐไครเมียจะมีการลงประชามติว่าประชาชนเห็นด้วยกับสภาที่จะให้รัฐไครเมียไปขึ้นตรงต่อรัสเซียหรือไม่ ในประเด็นนี้อาจจะเป็นปัจจัยที่เป็นความเสี่ยงของตลาดหุ้นโลกอีกครั้ง หากประเทศมหาอำนาจไม่เห็นด้วยกับกรณีดังกล่าว โดยล่าสุดสหรัฐประเมินว่าการดำเนินการดังกล่าวของรัฐปกครองตัวเองไครเมียผิดกฎหมายยูเครนและผิดกฎหมายระหว่างประเทศ ทำให้โดยรวมต้องติดตามว่าในประเด็นนี้จะนำไปสู่ความขัดแย้ง และส่งผลกระทบต่อตลาดเหมือนที่เคยเป็นอีกหรือไม่
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐและตลาดหุ้นโลก คาดว่าจะกลับมาได้รับความสนใจมากขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ก่อนหน้านี้ตลาดไม่ได้ให้น้ำหนักกับตัวเลขที่ออกมาแย่จากภาวะอากาศที่หนาวเย็น แต่หลังจากที่ประธานเฟดให้ความเห็นว่าแนวโน้มเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวลง ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการตัดสินใจในการดำเนินนโยบายทางการเงิน ภาพรวมตลาดจะกลับมาได้รับผลกระทบจากตัวเลขเศรษฐกิจมากขึ้น หลังจากภาวะอากาศเริ่มกลับมาเป็นปกติในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา แต่ในแง่บวกหากประเด็นนี้ทำให้เฟดลด QE ช้าลงจะกลับเป็นปัจจัยที่หนุนตลาดในเรื่องสภาพคล่อง
ด้านแนวโน้มราคาทองคำ ระยะสั้นคาดว่าการปรับตัวขึ้นของทองคำโลกจะเริ่มมีช่วงชะลอตัวลงตามแนวต้าน เป็นลักษณะของการปรับตัวขึ้นสลับปรับฐานเป็นระยะๆ ตามแนวต้าน 1,360 และ 1,380 เหรียญสหรัฐ โดยประเด็นเรื่องยูเครนจะยังเป็นปัจจัยที่ตลาดให้ความสนใจและมีผลต่อราคาทองคำ ส่วนกรอบล่างของการแกว่งตัวจะมีแนวรับอยู่ที่ 1,325-1,320 เหรียญสหรัฐ หากยังไม่อ่อนตัวลงหลุดต่ำกว่ายังไม่เสียทิศทางบวก
กลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำให้นักลงทุน ขายเล่นรอบ และรอติดตามปัจจัยทางด้านการเมืองประกอบ หากไม่มีเหตุการณ์รุนแรง ค่อยกลับมาซื้อสะสมกลับช่วงอ่อนตัวลงโดยมีแนวรับที่ 1,340+/-5 เหรียญสหรัฐ ส่วนทองคำคาดว่าเป็นการแกว่งตัวขึ้นสลับอ่อนตัวลงเป็นระยะๆ การเล่นรอบจะให้ผลตอบแทนดีกว่าซื้อแล้วถือ แนะนำให้ขายเล่นรอบตามแนวต้านของทองคำโลกที่ 1,360 และ 1,380 เหรียญสหรัฐ แล้วค่อยซื้อกลับหากยังไม่หลุดระดับที่มีนัยสำคัญทางเทคนิค







