posttoday
ยลเสน่ห์วิถีไทย-มอญพี่น้องสองฝั่งสะพาน

ยลเสน่ห์วิถีไทย-มอญพี่น้องสองฝั่งสะพาน

07 มีนาคม 2557

หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เชื่อว่า “กาญจนบุรี”

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เชื่อว่า “กาญจนบุรี” คงจะเป็นอีกหนึ่งปลายทางที่น่าไปเยือน ซึ่งนอกจากมีธรรมชาติที่สวยงามแล้ว ยังมีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและประเพณีของผู้คนหลากเชื้อชาติที่อยู่ร่วมกันทั้งชาวไทย ชาวพม่า ชาวมอญ ชาวปกากะเญอ (กะเหรี่ยง)

ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา “สังขละบุรี” กลายเป็นเป้าหมายที่นักท่องเที่ยวต่างถิ่นเดินทางไปสัมผัสมนต์เสน่ห์วิถีชีวิตไทยมอญ ที่ใช้ชีวิตและไปมาหาสู่กันผ่านสะพาน (ไม้) มอญสุดคลาสสิก สามารถเที่ยวได้ทุกฤดูกาลซึ่งมีเสน่ห์ต่างกันคนละแบบ

ศรีเมือง หนุ่มไทยที่ไปปักหลักใช้ชีวิตอยู่กับสาวมอญ สัญชาติไทย ที่ฝั่งมอญ เล่าว่า คนไทย คนมอญที่อาศัยอยู่ใน อ.สังขละบุรี มีการติดต่อค้าขายและมีวิถีชีวิตร่วมกันมาช้านานแล้ว สานสายสัมพันธ์เป็นแบบบ้านพี่เมืองน้อง ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน

“ชาวมอญในชุมชนนี้อยู่กันมานานตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่าที่อพยพเข้ามาตั้งรกรากบริเวณนี้ และคนรุ่นใหม่ที่อยู่และเกิดที่นี่ ก็ได้รับสัญชาติไทยหมดแล้ว”

นอกจากนี้ วิถีชีวิตของคนสองฝั่งอยู่กันแบบเรียบง่าย บ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำ หาปลาเลี้ยงชีพ แต่พอช่วงหลังๆ มีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น ทำให้ชาวบ้านต้องปรับตัวบ้าง เช่น มีการตั้งร้านขายของที่ระลึก งานฝีมือของชาวมอญบริเวณสะพานมอญ โดยเฉพาะช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากๆ เช่น ช่วงเทศกาลปีใหม่ (มอญ) สงกรานต์ (มอญ) เรียกได้ว่าเป็นรายได้หลักของชาวบ้านที่นี่ไปแล้ว

ศรีเมือง ฉายภาพวิถีชีวิตแบบชาวมอญให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า “ภาพที่เห็นชินตาบนสะพานไม้แห่งนี้ ยามเช้าตรู่จะเห็นชาวมอญทั้งผู้เฒ่า ผู้แก่ ผู้ใหญ่ วัยรุ่น เด็กๆ ตื่นแต่เช้าแต่งตัวเต็มยศ เตรียมข้าวเจ้าใส่บาตร ผู้ชายใส่เสื้อและโสร่ง ส่วนผู้หญิงใส่เสื้อกับผ้านุ่ง และมีผ้าพาดบ่า นั่งรอที่พื้นกันอย่างเรียบร้อย จากนั้นเมื่อพระเดินมาถึงจะยืนขึ้น แล้วตักข้าวปลาอาหารใส่บาตรอย่างสงบและสำรวม นอกจากนี้แล้ว จะเห็นชาวมอญปะแป้งขาวใส่ผ้านุ่งเดินเทินของไว้บนศีรษะข้ามผ่านสะพานไปมาอย่างคึกคัก”

ขณะที่เด็กๆ เชื้อสายมอญก็จะได้รับการอบรมให้ทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์น้อย คอยแนะนำและให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของชุมชน และสถานที่สำคัญๆ ในพื้นที่แก่นักท่องเที่ยวด้วย

ในวันที่ไปเยือนถิ่นสังขละบุรี เจอน้องมัคคุเทศก์คนหนึ่งเพิ่งเลิกเรียนพอดี น้องได้เล่าถึงประวัติความเป็นมาของสะพานมอญ สะพานเชื่อมสายสัมพันธ์พี่น้องไทยมอญ ว่า สะพานไม้แห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของสังขละบุรี ที่ไม่ว่าใครๆ ก็ต้องมายลสะพานแห่งนี้

สะพานมอญดั้งเดิมสร้างด้วยไม้แท้ๆ ทั้งหมด ทั้งตัวสะพานและโครงสร้าง มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “สะพานอุตตมานุสรณ์” สร้างขึ้นในปี 2538 โดยความคิดของหลวงพ่ออุตตมะ เพื่อให้ชาวบ้านใช้ข้ามลำน้ำซองกาเลียที่กั้นฝั่งมอญกับไทยไว้ ตัวสะพานมีความยาว 850 เมตร ถือเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในเมืองไทย

แต่หลังจากเกิดเหตุน้ำป่าหลาก เพราะฝนตกหนัก เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ปีที่ผ่านมา ทำให้ช่วงกลางของสะพานพังลงมาเป็นระยะทางกว่า 50 เมตร ชาวบ้านทั้งฝั่งไทยและมอญจึงได้ร่วมแรง ร่วมใจกันสร้าง “สะพานลูกบวบ” ขึ้นชั่วคราว เพื่อใช้ทดแทนสะพานไม้มอญที่ขาดไป จุดเด่นคือ ตัวสะพานทำขึ้นจากลำไม้ไผ่

สถานที่อีกแห่งที่พลาดไม่ได้ คือ การล่องเรือชม “เมืองบาดาล” ที่วัดวังก์วิเวการาม ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้บรรจุเป็นหนึ่งอันซีนอินไทยแลนด์ด้วย เมืองบาดาลแห่งนี้อยู่ในบริเวณที่เรียกว่า “สามประสบ” ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำสามสาย คือ แม่น้ำซองกาเลีย บีคลี่ และรันตี ไหลมาบรรจบกันจนเป็นแม่น้ำแควน้อย

จากนั้นต้องไม่พลาดที่จะเดินทางไปต่อกันที่ “ด่านเจดีย์สามองค์” ชายแดนเชื่อมต่อระหว่าง อ.สังขละบุรี กับ อ.พญาตองซู ประเทศพม่า เป็นที่รู้จักกันดีว่าในสมัยก่อนใช้เป็นเส้นทางเดินทัพไปยังพม่า นอกจากนี้ บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ยังเป็นจุดซื้อขายของฝากและยังเป็นจุดข้ามชายแดนไปพม่าด้วย

เมื่อกาลเวลาเปลี่ยน ความเจริญจากเมืองขยายตัวเข้ามาถึง จะทำให้วิถีชีวิตชาวมอญที่เป็นเอกลักษณ์และมนต์เสน่ห์ของสังขละบุรีเสื่อมคลายไป หรือจะกลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวจนถูกใจคนเมือง คงต้องลองไปสัมผัสดูว่าจะ “หลงเสน่ห์” หรือเปล่า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท