
SMEอียูเสี่ยงไร้สภาพคล่อง
เจอผลกระทบ‘แบงก์กิ้งยูเนียน’ทำแบงก์พาณิชย์คุมเข้มปล่อยสินเชื่อ
เจอผลกระทบ‘แบงก์กิ้งยูเนียน’ทำแบงก์พาณิชย์คุมเข้มปล่อยสินเชื่อ
เอสเอ็มอีอียูเสี่ยงระทมหนัก เข้าถึงสินเชื่อยาก หลังจัดตั้ง “สหภาพ ธนาคาร” ทำแบงก์คุมเข้มปล่อยสินเชื่อ
เวอร์เนอร์ โอแยร์ ประธานธนาคารเพื่อการลงทุนแห่งยุโรป (อีไอบี) ออกโรงเตือนว่า บรรดาวิสาหกิจขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ของประเทศต่างๆ ในสหภาพยุโรป (อียู) เสี่ยงต้องเผชิญกับภาวะสินเชื่อตึงตัวที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นอีก หลังภาคธนาคารพาณิชย์มีแนวโน้มคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น เนื่องจากต้องดำเนินการตามข้อบังคับทางการเงินที่เข้มงวดจากการจัดตั้งสหภาพธนาคาร (แบงก์กิ้งยูเนียน) ภายในปี 2017
“ปัญหาสินเชื่อตึงตัวในยุโรปมีแนวโน้มย่ำแย่ลงอีก จากผลกระทบของการบังคับใช้ระเบียบทางการเงินใหม่อันเข้มงวดตามแผนการรวมกลุ่มสหภาพธนาคาร ทำให้ภาคธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อแก่เอสเอ็มอีได้อย่างจำกัด เนื่องจากต้องดำเนินการตามข้อบังคับใหม่ที่ยุ่งยากซับซ้อนและต้องรับภาระต้นทุนดำเนินการที่สูงขึ้น” โอแยร์ เตือน
ในประเด็นดังกล่าว ทางอีไอบี ระบุว่า จะเร่งดำเนินการปรับลดขั้นตอนกระบวนการปล่อยสินเชื่อแก่เอสเอ็มอี เพื่อเปิดทางให้ธุรกิจรายย่อยสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากข้อบังคับทางการเงินดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ ทางอีไอบีได้ปรับเพิ่มขนาดกองทุนเพื่อการลงทุนแห่งยุโรป (อีไอเอฟ) ซึ่งเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับเอสเอ็มอีในยุโรป พร้อมอนุมัติเงินกู้ช่วยเหลือรวมมูลค่า 6,900 ล้านยูโร (ราว 2.97 แสนล้านบาท) หวังกระตุ้นให้ธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อขยายธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ทั้งนี้ อียูเห็นพ้องให้มีการรวมกลุ่มสหภาพธนาคาร ให้อำนาจแก่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ในการทำหน้าที่ตรวจสอบและสั่งปิดธนาคารในกลุ่มประเทศยูโรโซนที่มีปัญหาลงได้ ขณะที่ในส่วนของเงินที่จะนำมาช่วยเหลือจะไม่มีการนำเงินภาษีของประชาชนมาใช้อย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันการเกิดวิกฤตหนี้ขึ้นซ้ำรอยอีกในอนาคต ทว่าข้อตกลงดังกล่าวจะยังไม่มีการบังคับใช้จริงจนกว่าผู้นำในกลุ่มอียูจะให้ความเห็นชอบครบทุกประเทศเสียก่อน







