
ทันสถานการณ์
กสทช.ร่วม 5 ค่ายมือถือเปิดบริการ *137
กสทช.ร่วม 5 ค่ายมือถือเปิดบริการ *137
พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธานคณะกรรมการกิจการ โทรคมนาคม (กทค.) เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับผู้ให้บริการโทรคมนาคม 5 รายใหญ่ของประเทศ เปิดให้บริการ *137 เพื่อหยุดข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) ที่ผู้ใช้บริการไม่ต้องการรับและไม่ได้ตั้งใจสมัคร แต่กลับสร้างค่าใช้จ่ายให้กับผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือสูงถึง 3,000 บาทต่อราย
พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า บริการดังกล่าวไม่คิดค่าใช้จ่าย โดย ผู้ใช้บริการสามารถกด *137 แล้วโทรออกเพื่อระงับเอสเอ็มเอสที่ ไม่ต้องการสำหรับ ผู้ให้บริการ 4 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) ทรูมูฟเอช และ กสท โทรคมนาคม ขณะที่ ทีโอที 3จี หาวิธีแก้ให้ ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือพิมพ์ชื่อผู้ส่งเอสเอ็มเอสที่ ไม่ต้องการรับ เว้นวรรค ตามด้วย B แล้ว ส่ง เอสเอ็มเอสไปที่หมายเลข 1777
ทั้งนี้ กทค.ได้กำหนดมาตรการลงโทษสำหรับ ผู้ส่งเอสเอ็มเอสที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข และ ยังส่งไปยังผู้ใช้บริการอีก จะถูกขึ้นบัญชีดำ (แบล็กลิสต์) ห้ามให้บริการ ยกเลิกสัญญา หรือปรับ ซึ่งหลังจากนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างผู้ให้บริการเนื้อหาผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อแก้ปัญหาในระยะยาวด้วย
ถอนใบอนุญาตระงับตรวจสภาพรถอื้อซ่า
นายวัฒนา พัทรชนม์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งคุมเข้มการปลอมแปลงเอกสารการตรวจสภาพรถจากสถานให้บริการรับตรวจสภาพรถ โดยส่งทีมตรวจสอบลงพื้นที่ติดตามพฤติกรรมของสถานบริการอย่างใกล้ชิด ขณะนี้ได้สั่งลงโทษสถานบริการที่ไม่ได้มาตรฐานไปหลายราย
“จากการจัดส่งทีมลงไปตรวจสอบติดตามการดำเนินงานของ สถานตรวจสภาพรถทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั้งสิ้น 508 ครั้ง พบสถานตรวจสภาพรถมีข้อบกพร่อง และได้สั่งระงับการดำเนินการตรวจสภาพรถชั่วคราวไป 234 แห่ง และได้เพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสถานตรวจสภาพรถ กับผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบโดยจงใจทุจริตออกใบรับรองการตรวจสภาพรถ โดยไม่ได้ตรวจสภาพรถจริง 3 แห่ง และในปีงบประมาณ 2557 ได้สั่งระงับการดำเนินการตรวจสภาพรถชั่วคราวแล้ว 10 แห่ง และอยู่ในระหว่างพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตอีก 1 แห่ง” นายวัฒนา กล่าว
สนข.เร่งเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ
นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบาย และแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยถึงโครงการศึกษาเพื่อส่งเสริมการเดินทางที่ไม่ใช้เครื่องยนต์และการปรับปรุงการเชื่อมต่อการเดินทางระบบขนส่งสาธารณะเพื่อการขนส่งอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ว่า จะใช้เป็นแผนแม่บทในการส่งเสริมผู้เดินทางไม่ใช้เครื่องยนต์ เพื่อลดปริมาณการเดินทางโดยรถยนต์ส่วนบุคคลมาสู่ระบบขนส่งสาธารณะ
นายพีระพล กล่าวว่า โครงการนี้จะได้ข้อสรุปทั้งหมดภายในเดือน ก.ย. 2557 แต่จะสามารถเห็นภาพชัดเจนใน เดือน ก.ค.-ส.ค.นี้ โดยมีโครงการนำร่องในพื้นที่ กทม. จำนวน 3 แห่ง และโครงการนำร่องในพื้นที่ต่างจังหวัด 1 แห่ง
การศึกษาได้ให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้ามาเก็บรวบรวมข้อมูล ในพื้นที่นำร่อง เช่น จ.น่าน พิษณุโลก เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ส่วนในพื้นที่ กทม.จะพิจารณาจากสถานีรถไฟฟ้า เช่น รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ สถานีพญาไท สถานีลาดกระบัง ว่ามีการใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ รถยนต์ส่วนบุคคลเท่าไหร่







