posttoday
กลุ่มหลักทรัพย์น้ำหนักลงทุนปกติ

กลุ่มหลักทรัพย์น้ำหนักลงทุนปกติ

07 มีนาคม 2557

กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) รายงานกำไรสุทธิ 2556 เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว แต่นักวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ยังให้น้ำหนักการลงทุนปกติ

กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) รายงานกำไรสุทธิ 2556 เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว แต่นักวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ยังให้น้ำหนักการลงทุนปกติ

กลุ่ม บล. 6 บริษัทที่นักวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป วิเคราะห์ รายงานผลประกอบการปี 2556 มีกำไรสุทธิรวมกันเท่ากับ 4,440.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ต่อวันในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) หรือ SET และตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) (ไม่รวมบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์) ปี 2556 อยู่ที่ 43,803.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 55.87% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ ได้รับอานิสงส์จากมาตรการอัดฉีดเงินเพิ่มสภาพคล่องในนโยบายมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ของสหรัฐและญี่ปุ่น รวมถึงมูลค่าการระดมทุนในตลาด SETและ mai เพิ่มมากถึง 265.19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 191,599.8 ล้านบาท แบ่งเป็นจดทะเบียนใน SET จำนวน 23 หลักทรัพย์และ mai 15 หลักทรัพย์

อย่างไรก็ตาม ถ้าคิดเป็นช่วงไตรมาส 4 ปี 2556 แล้ว พบว่า กลุ่ม บล.มีกำไรสุทธิปรับตัวลดลงมากถึง 30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 44.3% จากไตรมาส 3 ปี 2556 ที่ 536.1 ล้านบาท

ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบมีอยู่ 2 สาเหตุคือ ปัจจัยแรก การผ่อนคลายการอัดฉีดเม็ดเงินในนโยบายคิวอี ที่ทำให้นักลงทุนต่างประเทศแห่ถอนเงินจากตลาดหุ้นไทย

ปัจจัยที่สอง ปัญหาทางการเมืองที่ทำให้นักลงทุนทั่วไป โดยเฉพาะนักลงทุนต่างประเทศเกิดความไม่เชื่อมั่นในสถานการณ์และเศรษฐกิจไทย ซึ่งส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ต่อวันลดต่ำสุดในรอบปี 2556 โดยลงมาที่ 30,409.39 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) หรือ MBKET เป็นบริษัทเดียวที่สามารถทำกำไรได้เพิ่มขึ้นทั้งรายปีและรายไตรมาส เนื่องจากต้นทุนค่าใช้จ่ายต่อรายได้รวมของบริษัทลดลงถึง 6.9% จาก 9 เดือนแรกปี 2556 อยู่ที่ 63.9% ลงมาที่ 57.1% ซึ่งถือว่าเป็นบริษัทที่มีผลประกอบการสุทธิปี 2556 ปรับเพิ่มขึ้นและมีมูลค่าสูงสุดในกลุ่มหลักทรัพย์

มูลค่าซื้อขายตลาด SET และ mai ก.พ. 2557 ลดลง 9.9% จากเดือน ม.ค. 2557 เดือน ก.พ. 2557 ตลาด SET และ mai มีมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ต่อวันอยู่ที่ 25,028.6 ล้านบาท ลดลง 9.9% และถ้าเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนจะยิ่งเห็นได้ชัดเจนว่าปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ลดลงมากถึง 50.3% จาก 2 เดือนแรกปี 2556 ที่มีมูลค่าเท่ากับ 50,386.9 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบ ได้แก่ การผ่อนคลายการอัดฉีดเม็ดเงินในนโยบายคิวอี และปัญหาทางการเมืองในปัจจุบัน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้นักลงทุนต่างประเทศเกิดความกังวลต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งส่งผลถึงการลงทุนในตลาดทุนไทย ที่สัดส่วนนักลงทุนต่างประเทศลดลงถึง 3.9% ลงมาอยู่ที่ 28.9% ในเดือน ก.พ. 2557 และมีการขายสุทธิติดต่อกัน 4 เดือน คิดเป็นจำนวนเงิน 1.2 แสนล้านบาท

บล.ที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด ได้แก่ MBKET อยู่ที่ 9.06% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ดีดตัวกลับขึ้นมาได้จากเดือนที่แล้วที่มีส่วนแบ่งต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2552 และมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ต่อวันของ MBKET มีมูลค่าปรับเพิ่มขึ้น 4.3% จากเดือน ม.ค. รองลงมา ได้แก่ บล.ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) (KGI) บล.เอเซีย พลัส (ASP) บล.คันทรี กรุ๊ป (CGS) และ บล.โนมูระ พัฒนสิน (CNS) โดยมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 5.1% 4.1% 3.3% 3.1% และ 2.5% ตามลำดับ เช่นเดียวกับตลาดซื้อขายสัญญาล่วงหน้า (TFEX) ที่มีปริมาณการซื้อขายอนุพันธ์ต่อวันลดลงถึง 18.5% จากเดือน ม.ค. อยู่ที่ 87,491 สัญญา โดย บล.ที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด ได้แก่ KGI อยู่ที่ 10.8% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2556 ซึ่งอยู่ที่ 12.9% รองลงมา ได้แก่ MBKET ASP FSS CGS และ CNS ที่มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 7.4% 3.5% 2.7% 1.6% และ 1.1% ตามลำดับ

บล.ฟิลลิป มีมุมมองเชิงลบต่อผลประกอบการสุทธิในปี 2557 ซึ่งคาดว่ามูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์จะลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอยู่ที่ 4 หมื่นล้านบาทต่อวัน จาก 43,803 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนเงินปันผลยังอยู่ในระดับสูง ดังนั้น ทางฝ่ายให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่ม บล. “ลงทุนปกติ” และเลือก ASP (ราคาพื้นฐานเท่ากับ 3.70 บาท) เป็นหุ้นแนะนำ เนื่องจาก ASP เป็น บล.ที่มีการกระจายรายได้ดีที่สุดโดยไม่พึ่งพิงรายได้จากค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์มากเกินไป ทำให้ได้รับผลกระทบต่ำสุดในภาวะตลาดปัจจุบันที่ได้รับผลกระทบอย่างมากจากปัจจัยความไม่แน่นอนทางด้านการเมือง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท