
ญี่ปุ่นขู่ย้ายฐาน
ให้เวลา6-12เดือนแก้ปมการเมืองเจโทรมั่นใจไทยเป็นเป้าหมายหลักยอดเอสเอ็มอีปิดกิจการระนาว
ให้เวลา6-12เดือนแก้ปมการเมืองเจโทรมั่นใจไทยเป็นเป้าหมายหลักยอดเอสเอ็มอีปิดกิจการระนาว
หอฯ ญี่ปุ่นแย้มหาก ปัญหาไทยไม่ดีขึ้นใน 6-12 เดือน อาจคิดย้ายฐานการผลิตไปอินโดฯ
นายฮิซามิชิ โคกะ รองประธานหอการค้าญี่ปุ่นกรุงเทพฯ (เจซีซี) เปิดเผยว่า ในระยะสั้นนักลงทุนญี่ปุ่นส่วนใหญ่คงยังไม่ย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศไทย เนื่องจากไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญในอาเซียนของนักลงทุนญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ทางการเมืองไทยยังมีความไม่แน่นอนออกไปเรื่อยๆ ในระยะกลาง 6 เดือนถึง 1 ปี เชื่อว่าอาจมีนักลงทุนบางกลุ่มจะพิจารณาเรื่องการลงทุนใหม่ในไทย และอาจไปลงทุนในประเทศอื่น เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์แทน ไทยต้องเร่งดำเนินการให้ภาคการเมืองมีความมั่นคง
“ญี่ปุ่นต้องการให้ไทยเตรียมความพร้อมในการจัดการปัญหาอื่นๆ ด้วย ประเด็นแรกๆ คือ การป้องกันปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ต้องพัฒนาห่วงโซ่อุปทานใหม่ๆ ซึ่งเกิดประโยชน์แก่นักลงทุนด้วย” นายโคกะ กล่าว
นายเซ็ทซึโอะ อิอุจิ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) กล่าวว่า นักลงทุนญี่ปุ่นต้องการให้ไทยผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยความระมัดระวัง เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นจะกระทบหลายส่วน โดยเฉพาะภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว
สำหรับอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์นั้น แม้จะเป็นประเทศที่มีตลาดค่อนข้างใหญ่ แต่ก็ยังมีปัญหาสิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตได้ จึงเชื่อว่าไทยน่าจะยังเป็นจุดหมายสำคัญที่ญี่ปุ่นเลือกเข้ามาลงทุน
นายปฏิมา จีระแพทย์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กล่าวว่า การจัดตั้งและยกเลิกกิจการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในเดือน ม.ค. 2557 ที่ผ่านมา มีการจดทะเบียนยกเลิกกิจการ 1,420 ราย เพิ่มขึ้น 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกิจการที่จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ 5,317 ราย ลดลง 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.พ. จากประชาชนทั่วประเทศ 2,248ตัวอย่าง พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอยู่ที่ 69.9 ลดลงเป็นเดือนที่ 11 ต่ำสุดในรอบ 12 ปี การบริโภคชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ไม่มีเงินลงทุนใหม่ไปกระตุ้นเศรษฐกิจ







