
ทำธุรกิจกับคู่รัก
แม้ว่าคู่รักและคู่ชีวิตหลายๆ คู่จะเลือกทำธุรกิจเพื่อสร้างอนาคตร่วมกัน แต่ก็มิใช่ว่าทุกๆ คู่จะสามารถทั้งประคับประคองความรักและบริษัทไปได้ในเวลาเดียวกัน เพราะก็มีหลายๆ คู่ที่เลิกกันระหว่างดำเนินธุรกิจ
แม้ว่าคู่รักและคู่ชีวิตหลายๆ คู่จะเลือกทำธุรกิจเพื่อสร้างอนาคตร่วมกัน แต่ก็มิใช่ว่าทุกๆ คู่จะสามารถทั้งประคับประคองความรักและบริษัทไปได้ในเวลาเดียวกัน เพราะก็มีหลายๆ คู่ที่เลิกกันระหว่างดำเนินธุรกิจ
ชาร์ลี มัวร์ ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารของร็อกเก็ท ลอว์เยอร์ ธุรกิจให้บริการด้านกฎหมายออนไลน์จากซานฟรานซิสโก ในสหรัฐ จึงได้ให้คำแนะนำกับคู่สามีภรรยา รวมไปถึงคู่รักที่คิดจะเปิดธุรกิจร่วมกัน โดยอ้างอิงจากประสบการณ์ส่วนตัวของมัวร์ ที่เปิดธุรกิจแห่งนี้ร่วมกับภรรยา
1.แบ่งแยกบทบาท ขั้นแรกต้องแบ่งแยกว่าใครอยู่ในบทบาทอะไร ทว่าไม่ใช่ในรูปแบบของการแบ่งความรับผิดชอบคนละครึ่งหรือ 50/50 โดยมัวร์แนะนำว่า ให้มอบหมายให้คนใดคนหนึ่งเป็นหัวหน้า ขณะที่อีกคนมีบทบาทเป็นคนสนับสนุน ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยลดความร้อนแรงในสถานการณ์วิกฤตไปได้
2.เขียนทุกอย่างเอาไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ก่อตั้งธุรกิจ โดยเฉพาะคู่รัก ควรจะเขียนกฎของบริษัทหรือตำแหน่งหน้าที่ในบริษัทเอาไว้ให้ชัดเจน ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้บทบาทและหน้าที่ของแต่ละคนมีความชัดเจน และนับเป็นเสมือนการตกลงในขั้นสุดท้ายระหว่างคู่รักทั้งสองฝ่ายอีกด้วย
3.ทำสัญญาแบ่งทรัพย์สินล่วงหน้า ในสถานการณ์ที่ธุรกิจอยู่ยืดกว่าชีวิตแต่งงาน คำถามที่ว่าใครจะเป็นเจ้าของธุรกิจจะโผล่ขึ้นมาในทันที ในกรณีนี้มัวร์ระบุว่า ทั้งสองคนต้องตัดสินใจก่อนเริ่มธุรกิจว่าทรัพย์สินใดต้องแบ่งกัน หรือทรัพย์สินใดที่ยังต้องครอบครองร่วมกัน
4.คิดถึงแผนการสืบทอดกิจการตั้งแต่เนิ่นๆ มัวร์ กล่าวว่า เมื่อถึงเวลาที่ธุรกิจเติบโต คนจำนวนมากขึ้นจะพึ่งพาธุรกิจ นอกเหนือจากตัวเจ้าของธุรกิจและคู่รักของเจ้าของธุรกิจเอง ซึ่งการวางแผนเกี่ยวกับการสืบทอดล่วงหน้านั้นเป็นเรื่องที่ควรทำ
“ยกตัวอย่างเช่น คุณอาจจะไม่ต้องการให้คู่ชีวิตของคุณเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งคุณในฐานะซีอีโอ ซึ่งคุณอาจจะต้องการให้ธุรกิจส่งต่อไปยังญาติคนอื่นๆ” มัวร์ กล่าว
5.มีความโปร่งใส ในสภาวะที่ความรักหรืออารมณ์โรแมนติกของสองฝ่ายได้หมดลงไปแล้ว ทว่ายังต้องทำงานร่วมกันอยู่ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ความโปร่งใส และความมีจริยธรรม
“คุณไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้มาก ในระหว่างที่กำลังดำเนินกระบวนการหย่า เช่นว่า เปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ หรือลดราคาขายเพื่อให้รายได้ลดลง หรือตั้งหวานใจคนใหม่เข้าสู่คณะกรรมการบริษัท” มัวร์ กล่าว โดยให้เหตุผลว่า เมื่อมีการขึ้นศาลแล้ว เรื่องเหล่านี้จะทำให้การหย่าร้างยุ่งยากมากขึ้น และสูญเสียเงินมากขึ้น







