
ดิจิตอลทีวี...สิ่งดีๆ ที่กำลังจะมา
ดิจิตอลทีวี สิ่งดีดีที่กำลังจะมาแต่เดิมจนถึงปัจจุบันระบบทีวีที่เราใช้กันอยู่ เป็นการส่งสัญญาณของโทรทัศน์ภาคพื้นดินที่เรียกว่า “อะนาล็อก” ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณคลื่นผ่านทางอากาศ แล้วเข้ารหัสด้วยระบบอะนาล็อก ซึ่งอะนาล็อกเป็นช่วงคลื่นที่กว้างมาก ดังนั้นข้อมูลจึงมีขนาดใหญ่ และสามารถส่งข้อมูลได้จำกัด จึงทำให้ช่องออกอากาศในประเทศไทยมีจำนวนน้อย และยังมีโอกาสถูกรบกวนสัญญาณได้ง่าย
ดิจิตอลทีวี สิ่งดีดีที่กำลังจะมาแต่เดิมจนถึงปัจจุบันระบบทีวีที่เราใช้กันอยู่ เป็นการส่งสัญญาณของโทรทัศน์ภาคพื้นดินที่เรียกว่า “อะนาล็อก” ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณคลื่นผ่านทางอากาศ แล้วเข้ารหัสด้วยระบบอะนาล็อก ซึ่งอะนาล็อกเป็นช่วงคลื่นที่กว้างมาก ดังนั้นข้อมูลจึงมีขนาดใหญ่ และสามารถส่งข้อมูลได้จำกัด จึงทำให้ช่องออกอากาศในประเทศไทยมีจำนวนน้อย และยังมีโอกาสถูกรบกวนสัญญาณได้ง่าย
จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ประเทศไทยเราจะมีการส่งสัญญาณโทรทัศน์โดยเข้ารหัสแบบดิจิตอล หรือ “ทีวีดิจิตอล” ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่มีการบีบอัดสัญญาณ ทำให้สามารถส่งข้อมูลได้มากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว โดยหลังจากการเปลี่ยนแปลงระบบจะทำให้จำนวนช่องการถ่ายทอดสัญญาณจากเดิมที่มีเพียง 6 ช่องจะเพิ่มขึ้นเป็น 48 ช่อง ยิ่งไปกว่านั้นคุณภาพของระบบสัญญาณดิจิตอลก็ดีกว่ามาก ทั้งคุณภาพของภาพและเสียงที่ดีกว่า อีกทั้งสัญญาณที่ส่งมาก็มีความเสถียรกว่า
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนจากระบบอะนาล็อกมาเป็นดิจิตอลนี้ ต้องมีการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ของทั้งผู้ส่งหรือสถานีโทรทัศน์ และผู้รับหรือเครื่องโทรทัศน์แบบที่สามารถรองรับระบบดิจิตอล หรืออาจใช้กล่องรับสัญญาณทดแทนได้ โดยการเปลี่ยนแปลงนี้คงต้องใช้เวลากันสักพักหนึ่ง
ทั้งนี้ ในช่วงแรกๆ จะมีการส่งสัญญาณควบคู่กันไปทั้งอะนาล็อกและดิจิตอล ก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นดิจิตอลทั้งหมดได้ในช่วงปี 2558 ถึง 2563
สำหรับทั้งผู้บริโภคและนักการตลาดอาจมีคำถามถึงเรื่องความครอบคลุมของช่องทีวีดิจิตอลทั้ง 48 ช่องที่กำลังจะเกิดขึ้น ก็คงจะสบายใจขึ้นมาได้บ้าง เพราะตัวรับสัญญาณของเคเบิลทีวี ทั้งที่เป็นจานรับสัญญาณ และกล่องรับสัญญาณนั้น สามารถทำหน้าที่รับสัญญาณดิจิตอลได้ทั้งสิ้น หมายถึงบ้านไหนมีกล่องรับสัญญาณหรือจานดาวเทียม ไม่ว่าจะเป็นจานดำ จานแดง หรือสีอื่นๆ ก็สามารถรับชมช่องทีวีดิจิตอลใหม่ทั้ง 48 ช่องได้ทั้งนั้น
ขณะที่บ้านที่ไม่สามารถรับชมได้ก็จะมีเพียงทีวีที่ใช้เสาอากาศ (เสาหนวดกุ้ง) เป็นตัวรับสัญญาณเท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันกลุ่มนี้จะมีเพียง 32% ของครัวเรือนทั้งหมดทั่วประเทศ
นั่นคือ ถ้าเริ่มใช้สัญญาณดิจิตอลในวันนี้ทีวีดิจิตอลจะสามารถครอบคลุมได้ทั้งหมด 68% ของคนไทยที่บริโภคสื่อโทรทัศน์ทันที ซึ่งตัวเลขนี้เป็นตัวเลขการเข้าถึงครัวเรือนของสัญญาณโทรทัศน์ผ่านระบบต่างๆ ในปี 2556 เท่านั้น คาดว่าสัดส่วนความครอบคลุมนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากการเริ่มออกอากาศ
ด้วยจำนวนช่องที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวจากเดิม 6 เป็น 48 ช่อง จะส่งผลให้เนื้อหารายการมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าสถานีโทรทัศน์ยิ่งเยอะก็ยิ่งจะต้องแข่งขันกันด้วยคุณภาพของเนื้อหารายการที่ดี และมีความบันเทิงครบครัน ใครมีทีมผลิตที่มีคุณภาพอยู่ในมือก็ย่อมจะได้เปรียบทั้งจำนวนผู้ชมที่จะตามเข้ามาชมเนื้อหา รวมทั้งการฉุดเรตติ้งที่จะช่วยในเรื่องรายได้ที่จะเป็นท่อน้ำเลี้ยงใหญ่ให้กับแต่ละสถานี
งานนี้สถานีต้องลงทุนกันอีกโข แต่ที่แน่ๆ ผู้บริโภคอย่างเราๆ จะได้รับความบันเทิงเริงรมย์ไปแบบเต็มๆ โดยแทบไม่ต้องลงทุน







