
สนช.หนุนข้าวไรซ์เบอร์รี่แปรรูปกำไรกว่า8หมื่น
สนช.กระตุ้นเกษตรกร เอกชน แปรรูปข้าวไรซ์เบอร์รี่ มูลค่าสูง กำไรตันละ 8.6 หมื่นบาท
สนช.กระตุ้นเกษตรกร เอกชน แปรรูปข้าวไรซ์เบอร์รี่ มูลค่าสูง กำไรตันละ 8.6 หมื่นบาท
นายศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. เปิดเผยว่า สนช.ได้ร่วมกับบริษัทเอกชน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และวิสาหกิจชุมชนข้าวไรซ์เบอร์รี่ จ.ลำพูน เปิดโครงการ นวัตกรรมการแปรรูปข้าวไรซ์เบอร์รี่มูลค่าสูงครบวงจร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าวไรซ์เบอรี่ด้วยการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง โดยตัองการกระตุ้นให้เกิดการแปรรูปข้าว และส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ที่มีราคาขายถึง 2.5 หมื่นบาทต่อตัน ทำให้เกษตรกรมีกำไร 1.9 หมื่นบาทต่อตัน เทียบกับการขายข้าวหอมมะลิ 1 ตัน ได้ราคาจากการรับจำนำ 15,000 บาท มีต้นทุน 6,000 บาทต่อตัน และได้กำไรสุทธิประมาณ 9,000 บาทต่อตัน
นอกจากนี้ หากนำข้าวไรซ์เบอร์รี่มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดต่างๆ อาทิ น้ำมันรำข้าวไรซ์เบอร์รี่ บรรจุในซอฟท์เจลที่มีแกมม่าออไรซานอลสูง รำข้าวไรซ์เบอร์รี่อัดเม็ด ที่มีใยอาหารและแกมม่าออไรซานอลสูง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ขัดบรรจุถุง พาสตาจากปลายข้าวที่มีโปรตีนสูงไขมันต่ำ และเชื้อเพลิงชีวมวลจากแกลบข้าวไรซ์เบอร์รี่ ที่ให้พลังงานความร้อนสูง โดย ข้าวไรซ์เบอรี่ที่แปรรูปผลิตภัณฑ์เป็นข้าวกล้องบรรจุถุงเพื่อจำหน่าย รวมกับส่วนเหลือทิ้ง ได้แก่ปลายข้าว และแกลบ จะได้กำไรสุทธิ 3.6 หมื่นบาทต่อตัน แต่หากเป็นระบบการบริหารจัดการข้าวไรซ์เบอร์รี่ในรูปแบบใหม่ ที่เรียกว่า ระบบของเสียเหลือศูนย์ (Zero Waste) ของ สนช.จะมีกำไรสุทธิจากการแปรรูปได้ถึง 8.6 หมื่นบาทต่อตันซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้นอย่างมาก
สำหรับนวัตกรรมการแปรรูปข้าวไรซ์เบอร์รี่ใหม่ของ สนช. มีวงเงินลงทุนในโครงการเบื้องต้น 98.5 ล้านบาท เป็นพัฒนาตามหลักของเสียเหลือศูนย์ ด้วยการประยุกต์ใช้ระบบธุรกิจอัจฉริยะและระบบการตรวจสอบย้อนกลับ สามารถนำไปใช้วางแผนกลยุทธ์ต่างๆ ของธุรกิจได้ รวมถึงระบบตรวจสอบย้อนกลับในอุตสาหกรรมการแปรรูปข้าวทั้งระบบเพื่อควบคุมคุณภาพ







