
รองเท้า “จีอ๊อกซ์” ยืนหยัดได้เพราะปกป้องไอเดีย
โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์
โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์
“จีอ๊อกซ์” น่าจะเป็นชื่อแบรนด์รองเท้าที่คุ้นหูของคนไทย เพราะหากได้ไปตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ ก็จะเห็นร้านค้าสาขาอยู่ในไทยไม่น้อย
อย่างไรก็ตาม ถ้าหาก “มาริโอ โมเร็ทติ โพเลกาโท” ทายาทธุรกิจผลิตไวน์ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิตาลี ไม่ได้ไปเที่ยวพักผ่อนที่ทะเลทรายเนวาดาในสหรัฐ ธุรกิจรองเท้าชื่อดังก้องโลกก็อาจจะไม่มีวันนี้
ครอบครัวของโพเลกาโทนั้นทำธุรกิจผลิตไวน์ อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิตาลี และเมื่อเติบโตขึ้นชายคนนี้ก็รับช่วงธุรกิจมาจากครอบครัว โดยไม่ได้คิดว่าจะทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับรองเท้าแม้แต่น้อย จนกระทั่งได้เดินทางไปสหรัฐเพื่อเข้าร่วมการประชุมไวน์ และเดินทางไปพักผ่อนที่ทะเลทรายในเนวาดา
ในระหว่างที่พักผ่อนอยู่นั้น โพเลกาโทออกไปเดินเล่นและรู้สึกว่าเท้าทั้งสองข้างร้อนระอุขึ้นมา และรู้สึกไม่สบายเท้า จึงได้นำมีดพกตัดรองเท้าให้เกิดรูขึ้น หลังจากนั้นก็รู้สึกดีขึ้นทันที และตัดสินใจได้ว่า การผลิตรองเท้านั้นต้องมีการปรับปรุงเสียใหม่ และตัวของโพเลกาโทก็จะเป็นคนลงมือทำเอง
“ผมต้องการรองเท้าที่สามารถระบายอากาศได้และกันน้ำในเวลาเดียวกัน ผมจึงได้ใช้เวลา 3 ปีในการทำวิจัยรองเท้าและจดสิทธิบัตร ก่อนจะนำเสนอให้กับบริษัทรองเท้าขนาดใหญ่ ทว่าไม่มีใครเชื่อในตัวผมเลย” โพเลกาโท ชายอิตาลีวัย 62 ปี กล่าวกับบีบีซีถึงอดีตเมื่อ 17 ปีก่อน
หลังจากที่ถูกบริษัทยักษ์ใหญ่ปฏิเสธ ทายาทโรงงานผลิตไวน์รายนี้จึงได้ก่อตั้งธุรกิจรองเท้าของตนเอง ด้วยสินเชื่อจากธนาคาร ภายใต้ชื่อ “จีอ๊อกซ์” และได้จ้างพนักงานมาอีก 5 คน ซึ่งเป็นคนที่โพเลกาโทไม่รู้จักมาก่อน ทว่ากลับได้กลายเป็นก้าวที่สำคัญที่เปลี่ยนชีวิตของชายรายนี้กลายไปเป็นมหาเศรษฐีในทันที ที่ปัจจุบันนี้บริษัทมีพนักงานราว 3 หมื่นคน ซึ่งรวมไปถึง 5 คนแรก และมีร้านค้า 1,300 แห่งทั่วโลก
แม้บริษัทแห่งนี้จะเติบโตอย่างรวดเร็วจนสามารถเข้าตลาดหลักทรัพย์ในมิลานได้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว แต่โพเลกาโทเล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า เริ่มจีอ๊อกซ์อย่างช้าๆ และทำให้เหมือนกับเป็นงานอดิเรก ขณะที่ทำงานในธุรกิจไวน์ของครอบครัวเพื่อหารายได้ควบคู่ไปด้วย
อย่างไรก็ตาม เจ้าของจีอ๊อกซ์ชาวอิตาเลียนคนนี้ระบุว่า สิ่งเดียวที่คิดผิดขณะที่เริ่มต้น คือ การใช้เวลา 3 ปีในการขายสิทธิบัตรที่ล้มเหลว ซึ่งส่วนตัวคิดว่าน่าจะเริ่มต้นธุรกิจด้วยตนเองให้เร็วกว่านี้ ทว่าสิ่งที่ทำถูกก็คือ ได้ยื่นจดสิทธิบัตรรองเท้าของจีอ๊อกซ์ใน 100 ประเทศทั่วโลก
“คุณต้องปกป้องไอเดียของคุณ เพราะหลังจาก 17 ปีในธุรกิจ สินค้าของเรายังคงแตกต่าง เพราะว่าผมปกป้องด้วยการจดสิทธิบัตร” โพเลกาโท ระบุ
ทั้งนี้ เศรษฐีชายวัย 62 ปีคนนี้ เป็นคนที่เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าเกี่ยวกับความจำเป็นของบริษัทในการปกป้องสิ่งประดิษฐ์ โดยปัจจุบันโพเลกาโทได้เป็นสมาชิกของสำนักงานสิทธิบัตรแห่งยุโรป เป็นผู้ตัดสินรางวัลนักประดิษฐ์ในยุโรป และยังเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาอีกด้วย
“ผมมีเรื่องเล่าอยู่เรื่องหนึ่ง เมื่อหลายปีก่อนมีคนในเนปาลได้ผลิตเอสเปรสโซ่ขึ้นมา และมีคนผลิตพิซซ่า แต่ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนผลิต ตอนนี้เลยมาเป็นสตาร์บัคส์ที่ทุกคนรู้จักว่าดังเรื่องกาแฟและพิซซ่า ฮัท ที่เป็นธุรกิจขายพิซซ่าชื่อดัง” โพเลกาโท ระบุ
เจ้าตัวบอกว่า เรื่องนี้ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่าง “การมีไอเดีย” และ “การใช้ไอเดีย” เพราะว่า โพเลกาโทรู้สึกว่าในยุโรปโดยเฉพาะอิตาลี การสนับสนุนคนที่มีไอเดียยังมีไม่เพียงพอ
“บรรดาโรงเรียนในอิตาลีไม่มีการพูดถึงนวัตกรรม โรงเรียนไม่ให้การสนับสนุน และก็มีปัญหาเดียวกันในนโยบายท้องถิ่น ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นก็แค่ไม่ลงทุนในเรื่องนวัตกรรม” เจ้าของธุรกิจรองเท้าจีอ๊อกซ์ กล่าวทิ้งท้าย







