posttoday
ลงซื้อ ขึ้นถือ

ลงซื้อ ขึ้นถือ

04 มีนาคม 2557

ตลาดหุ้นซึมซับเรื่องการชุมนุมมาตลอด 4 เดือน ผ่านความรุนแรงและการปะทะมาแล้วหลายครั้ง หากเหตุการณ์ไม่รุนแรงไปกว่านี้ ความเสี่ยงขาลงของตลาดน่าจะจำกัด ส่วนผลประกอบการในไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมาที่เริ่มเห็นผลกระทบจากการเมือง ออกมาน่าผิดหวังและแนวโน้มน่าจะยังแย่ต่อเนื่องในไตรมาสแรกเป็นอย่างน้อย ซึ่งนักวิเคราะห์ของ FSS ได้ปรับประมาณการกำไรปี 2557 ลงแล้ว ข่าวร้ายต่างๆ จึงน่าสะท้อนไปในราคาหุ้นพอสมควรแล้ว ขณะที่เดือนนี้มีหุ้นจำนวนมากที่ขึ้นเครื่องหมาย XD จึงน่าจะช่วยประคองตลาดได้ เรายังคงเชื่อว่าเศรษฐกิจในประเทศและตลาดหุ้นในช่วงครึ่งปีหลังจะฟื้นตัวได้ และราคาหุ้นจะฟื้นกลับมาสะท้อนปัจจัยพื้นฐานตามที่ควรเป็น เรายังแนะนำซื้อสะสมในจังหวะที่ตลาดปรับลง

ตลาดหุ้นซึมซับเรื่องการชุมนุมมาตลอด 4 เดือน ผ่านความรุนแรงและการปะทะมาแล้วหลายครั้ง หากเหตุการณ์ไม่รุนแรงไปกว่านี้ ความเสี่ยงขาลงของตลาดน่าจะจำกัด ส่วนผลประกอบการในไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมาที่เริ่มเห็นผลกระทบจากการเมือง ออกมาน่าผิดหวังและแนวโน้มน่าจะยังแย่ต่อเนื่องในไตรมาสแรกเป็นอย่างน้อย ซึ่งนักวิเคราะห์ของ FSS ได้ปรับประมาณการกำไรปี 2557 ลงแล้ว ข่าวร้ายต่างๆ จึงน่าสะท้อนไปในราคาหุ้นพอสมควรแล้ว ขณะที่เดือนนี้มีหุ้นจำนวนมากที่ขึ้นเครื่องหมาย XD จึงน่าจะช่วยประคองตลาดได้ เรายังคงเชื่อว่าเศรษฐกิจในประเทศและตลาดหุ้นในช่วงครึ่งปีหลังจะฟื้นตัวได้ และราคาหุ้นจะฟื้นกลับมาสะท้อนปัจจัยพื้นฐานตามที่ควรเป็น เรายังแนะนำซื้อสะสมในจังหวะที่ตลาดปรับลง

มองกรอบ PE ในเดือนนี้ 11-12.5 เท่า

คิดเป็นดัชนี 1,220-1,380 จุด

ตลาดหุ้นซึมซับเรื่องปัญหาการเมืองมาตลอด 4 เดือน ผ่านความรุนแรงและการปะทะมาแล้วหลายครั้ง สังเกตว่าแม้ SET Index จะปรับลงแต่ไม่หลุด 1,200 จุด หรือคิดเป็น PE 11 เท่า โดยในช่วง 2 เดือนแรกของการชุมนุม (พ.ย.ธ.ค.) ดัชนีปรับลงไปประมาณ 200 จุด และในช่วง 2 เดือนหลัง (ม.ค.ก.พ.) ปรับขึ้นมาประมาณ 130 จุด และเพิ่งสามารถผ่าน 1,330 จุดได้วานนี้ ซึ่งคิดเป็น PE 12.5 เท่า ดังนั้น ในระยะ 1 เดือนนี้ที่เชื่อว่าปัญหาการเมืองจะยังไม่จบ เราจะอิงกรอบการเคลื่อนไหวของ PE ที่ 11.0-12.50 เท่าเป็นเกณฑ์ เมื่อเทียบกับ EPS ของตลาดในปีนี้ที่นักวิเคราะห์ปรับลงมาแล้วเหลือ 110 บาท จะเท่ากับ SET ที่ระดับ 1,2201,380 เท่า ราคาหุ้นที่ขึ้นมาแล้วไม่ต้องรีบไล่ซื้อ เพราะเมื่อเทียบกับดัชนีปัจจุบันที่ 1,339 จุด (3 มี.ค.) ความเสี่ยงขาลงมีมากกว่าความเสี่ยงขาขึ้น ขึ้นอยู่กับพัฒนาการทางการเมือง ใจเย็นๆ ค่อยๆ ทยอยช้อนเมื่อราคาปรับลง กลุ่มที่ปรับลงแรงสุดในช่วงที่มีการชุมนุม ได้แก่ กลุ่มบ้าน ท่องเที่ยว สื่อสาร และธนาคาร น่าจะเป็นกลุ่มแรกๆ ของการขยับขึ้นเมื่อการเมืองจบ

ปรับประมาณการกำไรปี 2557 ลงเป็นเติบโต 10%

ผลประกอบการในไตรมาส 4 ที่น่าผิดหวัง กำไรของ 121 บริษัทที่อยู่ในการศึกษาของ FSS Research รายงานกำไรสุทธิลดลง 19% จากไตรมาสก่อน และ 2% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ทำให้กำไรสุทธิทั้งปี 2556 เพิ่มขึ้นเพียง 7.4% (โตต่ำสุดในรอบ 6 ปี) ต่ำกว่าที่เราคาดก่อนหน้านี้ว่าจะเติบโต 12% สำหรับปี 2557 นักวิเคราะห์ปรับประมาณการกำไรสุทธิลงจากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 15% เหลือ 10% เป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำเมื่อเทียบกับ 6 ปีที่ผ่านมาที่กำไรสุทธิของตลาดโตเฉลี่ย 18% ต่อปี กลุ่มที่กำไรยังโตในเกณฑ์ดีท่ามกลางเศรษฐกิจและการเมืองในปัจจุบัน ได้แก่ Global plays เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ อาหารส่งออก เรือ พลังงาน ส่วน Domestic plays ที่โตได้ ได้แก่ โรงไฟฟ้า และธุรกิจมือถือ กลุ่มที่จะได้รับผลจากการเมืองโดยตรงในไตรมาสแรกนี้ ส่วนใหญ่เป็น Domestic plays ได้แก่ กลุ่มโรงแรม สายการบิน โรงพยาบาล ค้าปลีก บ้าน บันเทิง ธนาคาร

คาด กนง.ลดดอกเบี้ย 0.25%

การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 ปีก่อนที่ขยายตัว 0.6% จากงวดเดียวกันปีก่อนหน้า (YY) ดูเผินๆ คือดีกว่าที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% แต่หากพิจารณาในองค์ประกอบแล้ว จะพบว่าเศรษฐกิจอ่อนแอกว่าที่เห็น เพราะการเติบโตดังกล่าวมาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ โดยเฉพาะสต๊อกข้าวเปลือก ขณะที่การลงทุนและการบริโภคภาคเอกชนทรุดลงอย่างน่าเป็นห่วง ถ้าตัดเรื่องสต๊อกสินค้าคงเหลือออกไป GDP ในไตรมาสที่ผ่านมา หดตัวถึง 1% ความอ่อนแอของเศรษฐกิจจะมีต่อเนื่องไปถึงครึ่งแรกของปีนี้ ขณะเดียวกันเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ ไม่เป็นแรงกดดันเศรษฐกิจ จึงคาดว่า กนง.จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ในการประชุมวันที่ 12 มี.ค.นี้ เหลือ 2% และคงระดับนี้ตลอดทั้งปี ประเด็นการลดดอกเบี้ยเป็นประเด็นบวกเพียงอย่างเดียวของตลาดหุ้น (โดยเฉพาะกลุ่มอสังหาฯ และเช่าซื้อ) ในระยะสั้นนี้

ยังต้องจับตาการเมืองและคดีทางการเมืองต่างๆ

ความขัดแย้งทางการเมืองยังเป็นปัจจัยหลักเฉพาะหน้าที่มีบทบาทกับการลงทุน แม้ว่าตลาดจะซึมซับไปมากแล้ว แต่ก็ยังต้องติดตามพัฒนาการในแต่ละวัน ในขณะที่คดีทางการเมืองหลายคดียังค้างอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช. คดีที่น่าจะมีความเสี่ยงต่อนายกฯ รักษาการมากที่สุดคือโครงการจำนำข้าว หาก ป.ป.ช.พบว่ามีมูล รักษาการนายกฯ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ส่วนประเด็นที่จะถูกถอดถอนหรือดำเนินคดีอาญานั้นขึ้นอยู่กับอัยการสูงสุด ส่วนเรื่องการถอดถอนขึ้นอยู่กับการชี้ขาดของ สว. ซึ่งไม่สามารถกำหนดกรอบเวลาได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท