posttoday
ค้าปลีกทำใจครึ่งปีแรกฮ

ค้าปลีกทำใจครึ่งปีแรกฮ

04 มีนาคม 2557

แม้ว่าช่วง 2 เดือนแรกของปี 2557 นี้ภาพรวมค้าปลีกจะสะดุดไปบ้าง แต่ภาพรวมทั้งปี “สมาคมผู้ประกอบการค้าปลีกไทย” ยังมั่นใจว่าจะสามารถเติบโตได้ 67% จากมูลค่าการบริโภคผ่านร้านค้าปลีกปีก่อน 2.3 ล้านล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 6.3% เมื่อเทียบกับปี 2555

แม้ว่าช่วง 2 เดือนแรกของปี 2557 นี้ภาพรวมค้าปลีกจะสะดุดไปบ้าง แต่ภาพรวมทั้งปี “สมาคมผู้ประกอบการค้าปลีกไทย” ยังมั่นใจว่าจะสามารถเติบโตได้ 67% จากมูลค่าการบริโภคผ่านร้านค้าปลีกปีก่อน 2.3 ล้านล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 6.3% เมื่อเทียบกับปี 2555

แนวโน้มดังกล่าวถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่าคาดการณ์การเติบโตของจีดีพีประเทศ ซึ่งปีนี้ส่วนใหญ่คาดเศรษฐกิจรวมจะโตประมาณ 2.5% โดยปัจจัยหนุนที่ทำให้ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกปีนี้น่าจะโตมากกว่าปีที่ผ่านมาคือ การออกมาโหมทำโปรโมชั่นของเหล่าบรรดาห้างค้าปลีก หลังจากอั้นมานานช่วงที่มีการปิด 4 แยกสำคัญใจกลางเมืองคือ แยกปทุมวัน ราชประสงค์ สีลม และอโศกมนตรี

ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า ภาพบรรยากาศความคึกคักน่าจะเห็นภาพชัดมากขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงครึ่งปีหลัง แม้ว่าช่วงไตรมาส 3 ปกติจะเป็นโลว์ซีซั่นของค้าปลีก แต่เนื่องจากผู้บริโภคอั้นกำลังซื้อมานาน ประกอบกับผู้ประกอบการจะหันมาทำกิจกรรมการตลาดในช่วงไตรมาส 3 มากขึ้น ปัจจัยดังกล่าวจะทำให้ค้าปลีกมีความคึกคักและไม่น่าจะมีช่วงโลว์ซีซั่น

ในส่วนของปัจจัยที่ทำให้คาดการณ์ว่าซัมเมอร์ปีนี้จะมีความคึกคักน้อยลงคือ ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะใช้เวลาไปกับการท่องเที่ยว เพราะเป็นช่วงหน้าร้อนและจากการที่กำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัว ทำให้ผู้ประกอบการค้าปลีกต้องหันมาปรับกลยุทธ์ ด้วยการทำกิจกรรมการตลาดและโปรโมชั่นที่แรงขึ้น ขณะเดียวกันบรรจุภัณฑ์สินค้าก็จะมีขนาดเล็กลง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าบริโภคเพื่อให้สอดคล้องกับกำลังซื้อ

บุษบา จิราธิวัฒน์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า อีกหนึ่งข้อเรียกร้องที่อยากเสนอไปถึงรัฐบาลคือ การยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยเร็วที่สุด เพราะการประกาศใช้ พ.ร.บ.ดังกล่าว ทำให้คนต่างชาติเกิดความหวาดกลัวว่าจะเกิดความรุนแรงและไม่กล้าจะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ดังนั้น จึงควรยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อสร้างความมั่นใจนักท่องเที่ยว

ขณะเดียวกัน รัฐบาลควรเร่งปรับลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือย โดยปัจจุบันบางรายการมีการเก็บอัตราภาษีสูงถึง 45% โดยเฉพาะกลุ่มเสื้อผ้าและเครื่องหนัง ซึ่งหากภาครัฐสามารถปรับลดอัตราภาษีดังกล่าวได้เหลือ 05% จะช่วยให้ภาพรวมค้าปลีกของไทยมีการขยายตัวในทิศทางที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าขณะนี้รัฐบาลยังไม่เข้ามาสนับสนุนในเรื่องของการลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือย การดำเนินธุรกิจค้าปลีกของแต่ละผู้ประกอบการยังคงต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อกระตุ้นให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

สำหรับปัจจัยหนุนที่คาดการณ์ว่าจะเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีให้ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกปีนี้มีอัตราการเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 67% คือ การขยายตัวของธุรกิจสู่ภูมิภาค ภายหลังจากเมืองมีการขยายตัว โดยภายในปี 2560 นี้คาดสัดส่วนค้าปลีกในต่างจังหวัดจะเพิ่มเป็น 72% จากปัจจุบันสัดส่วนอยู่ที่ 42%

นอกจากนี้ การที่ร้านค้าปลีกประเภทคอนวีเนียนสโตร์ หรือร้านสะดวกซื้อมีการขยายตัวให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งแรงกระตุ้นชั้นดีของภาพรวมค้าปลีก เช่นเดียวกับร้านค้าประเภทสเปเชียลตี้สโตร์ หรือร้านเพื่อสุขภาพและความงามที่ได้ผลการตอบรับที่ดี จากกลุ่มลูกค้าผู้หญิงภายหลังจากปรับกลยุทธ์สินค้า และบริการให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

ในฝั่งของกลุ่มสินค้าพร้อมรับประทานเองก็มีการปรับกลยุทธ์เน้นความสะดวก ประหยัด และคุ้มค่า ทำให้การบริการโดนใจลูกค้า เช่นเดียวกับช็อปปิ้งออนไลน์ที่กำลังมาแรงภายหลังจากคนไทยหันมาให้ความสนใจใช้สมาร์ทโฟน

อีกหนึ่งแรงหนุนที่ผู้ประกอบการค้าปลีกเริ่มวางแผนเตรียมระเบิดแคมเปญนั่นก็คือ ความถี่ของการทำกิจกรรมการตลาดแบบลด แลก แจก แถม และการมีสินค้าแบรนด์จากต่างประเทศเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยมากขึ้น ปัจจัยดังกล่าวถือเป็นแรงหนุนชั้นดีสำหรับการกระตุ้นภาพรวมค้าปลีกในปีนี้

บุษบา กล่าวว่า การสนับสนุนผู้ประกอบการค้าปลีกรายย่อย หรือ เอสเอ็มอี ถือเป็นอีกหนึ่งนโยบายที่สมาคมจะเร่งสร้างความชัดเจนให้เป็นรูปธรรม ด้วยการเข้าไปให้การสนับสนุนในรูปแบบต่างๆ เช่น การให้กคำแนะนำ การให้ความช่วยเหลือและให้ความรู้ด้านค้าปลีก และการให้ความช่วยเหลือด้านช่องทางการขายผ่านธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ ซึ่งในส่วนของภาครัฐเองก็ควรให้การสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยเช่นกัน

จากภาพรวมทั้งหมดและการขยายสาขาของธุรกิจค้าปลีก ซึ่งปีนี้สมาคมผู้ค้าปลีกไทยคาดจะมีกว่า 2,000 สาขา ใกล้เคียงปีที่ผ่านมา จึงทำให้เชื่อว่า แม้จะเหลือแค่ครึ่งปีหลังก็น่าจะยังทำให้ภาพรวมค้าปลีกไทยยังโตได้ไม่ต่างจากปีก่อนมาก

โดยในส่วนของประเภทค้าปลีกที่คาดว่าจะยังคงมาแรงในปีนี้คือ คอนวีเนียนสโตร์ สเปเชียลตี้สโตร์ และออนไลน์

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท