
กรุงไทยกัดฟันออกหุ้นกู้ 8 หมื่นล้าน
โดย...ทีมข่าวการเงิน
โดย...ทีมข่าวการเงิน
เว็บไซต์ไอเอฟอาร์ เอเชีย รายงานว่า ธนาคารกรุงไทยเตรียมเปิดระดมทุนในต่างประเทศด้วยการออกตราสาร Euro MTN สกุล USD อายุ 2 ปี วงเงิน 2,500 ล้านเหรียญสหรัฐ (เกือบ 8 หมื่นล้านบาท) โดยคาดว่าจะเป็นตราสารประเภทหุ้นกู้ด้อยสิทธิ ซึ่งจะทำให้กรุงไทยเป็นธนาคารพาณิชย์รายแรกของไทยที่ระดมทุนประเภทดังกล่าว หลังจากที่ไทยเริ่มปรับใช้กฎเกณฑ์ใหม่บาเซิล 3 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2556 เป็นต้นมา
รายงานระบุว่า การต้องระดมทุนในต่างประเทศโดยมีต้นทุนแพงขึ้น อันเป็นผลมาจากปัญหาทางการเมืองในประเทศนั้น อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ากรุงไทยกำลังเหลือทางเลือกจำกัดในการระดมทุน ณ ขณะนี้ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีธนาคารพาณิชย์สัญชาติไทยรายใดที่ออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิในตลาดต่างประเทศหลังจากที่เริ่มใช้กฎบาเซิล 3
“มีธนาคารพาณิชย์ของไทยอีกหลายแห่งที่กำลังพิจารณาการระดมทุนในต่างประเทศเพื่อเพิ่มทุน” แหล่งข่าวเปิดเผยกับไอเอฟอาร์ เอเชีย
ทั้งนี้ การปรับใช้กฎเกณฑ์ใหม่บาเซิล 3 นั้น ได้จำกัดวงผู้เล่นตราสารดังกล่าวให้ลดลงกว่าเดิม โดยกำหนดให้ผู้ที่สามารถซื้อหุ้นกู้ด้อยสิทธิได้ต้องเป็นนักลงทุนประเภท Accredited Investors ซึ่งประกอบด้วยนักลงทุนสถาบันหรือบุคคลธรรมดาที่มีสินทรัพย์สูงตามเกณฑ์ที่กำหนด เช่น มีสินทรัพย์สุทธิ 580 ล้านบาทขึ้นไป และยังส่งผลให้การระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิทำได้ยากขึ้น
อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า นักลงทุนต่างชาติยังให้การตอบรับที่ดีต่อหุ้นกู้ด้อยสิทธิภายใต้กฎบาเซิล 3 ของบางสถาบันการเงิน ธนาคารไชน่า ซิติก และธนาคารต้าชิงในจีน
ทางด้าน อนุวัติร์ เหลืองทวีกุล รองกรรมการผู้จัดการ สายการเงิน ธนาคารธนชาต กล่าวว่า การออกไประดมทุนในต่างประเทศผ่านการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิของธนาคารพาณิชย์ในระยะนี้ น่าจะมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาระดับเงินกองทุนมากกว่ารองรับการขยายตัวของธุรกิจและสินเชื่อ เนื่องจากหุ้นกู้ชุดเดิมที่ธนาคารส่วนใหญ่ออกกันไปในปี 2555 จะเริ่มนับเข้ามาเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 2 ได้ลดลงตามเกณฑ์บาเซิล 3 ในปีนี้ ส่วนการออกไปขายในต่างประเทศนั้นไม่ถือเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะต่างชาติจะมีความเข้าใจหุ้นกู้ประเภทนี้มากกว่านักลงทุนไทย ทำให้การขายทำได้ง่ายและมีต้นทุนถูกกว่า
“ในปี 2555 แบงก์พาณิชย์มีการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิรวมกันเกือบ 2 แสนล้านบาท ส่วนปี 2556 แทบไม่ออกกันเลย พอมาปีนี้ที่การนับเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 2 เริ่มลดลงตามกฎขั้นบันไดของบาเซิล หลายๆ แบงก์คงต้องออกของใหม่มาชดเชยส่วนเงินกองทุนที่หายไปขึ้นอยู่กับโครงสร้างเงินกองทุนของแต่ละแห่ง ซึ่งในส่วนธนาคารธนชาตเองก็อยู่ระหว่างศึกษา” อนุวัติร์ กล่าว







