
หั่นวงเงินรูดปรื๊ดคุมหนี้เสีย
แบงก์รุกคืบสกัดหนี้เน่า พบค้างชำระบัตรเครดิตเพียงใบเดียว สั่งตัดวงเงินสินเชื่อบัตรทั้งยวงทันที
แบงก์รุกคืบสกัดหนี้เน่า พบค้างชำระบัตรเครดิตเพียงใบเดียว สั่งตัดวงเงินสินเชื่อบัตรทั้งยวงทันที
นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ถือบัตรเครดิตเข้าร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง กรณีถูกธนาคารพาณิชย์ระงับการใช้วงเงินหรือสินเชื่อบัตรเครดิต ทั้งที่ไม่ได้ค้างชำระหนี้บัตรเครดิตดังกล่าว ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีธนาคารพาณิชย์บางแห่งเริ่มเข้มงวดการคุมปัญหาหนี้เสียมากขึ้น โดยหากพบว่าลูกค้ามีประวัติค้างชำระหนี้บัตรเครดิตกับธนาคารอื่นๆ ก็จะสั่งระงับวงเงินการใช้บัตรเครดิตธนาคารของตนเองด้วยทันที แม้ลูกค้าจะไม่มีประวัติค้างชำระก็ตาม
นายสุรพล ระบุว่า มาตรการเชิงรุกดังกล่าวเป็นความพยายามของธนาคารเพื่อป้องกันปัญหาหนี้เสียที่มีโอกาสเสี่ยงสูง ซึ่งลูกค้าที่กำลังเกิดปัญหาหนี้เสียนั้นจะนำบัตรเครดิตมากดเงินสด และจะส่งผลให้กลายเป็นปัญหาหนี้เสียต่อเนื่องตามมาอีกในที่สุด
อย่างไรก็ตาม การที่ผู้ประกอบการบัตรเครดิตสั่งระงับการใช้วงเงินบัตรเครดิต ทั้งที่ผู้ถือบัตรไม่มีประวัติการค้างชำระนั้น ไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิด เพราะในสัญญาการทำบัตรเครดิตมีการระบุชัดเจนว่า ธนาคารขอสงวนสิทธิระงับการใช้วงเงินโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
ทั้งนี้ ในปี 2556 ที่ผ่านมา มีสถาบันการเงินขอเข้าดูข้อมูลประวัติการชำระเงินในเครดิตบูโร เพื่อการทบทวนสินเชื่อเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 142.55% หรือจาก 6.58 ล้านรายการ ไปอยู่ที่ 15.96 ล้านรายการ และมีอัตราการเข้าตรวจสอบข้อมูลถี่ขึ้นจากเดิมปีละครั้ง เป็น 6 เดือนต่อครั้ง
ปัจจุบันเครดิตบูโรมีข้อมูลบัญชีสินเชื่อรวมราว 70.73 ล้านบัญชี คิดเป็นจำนวนลูกหนี้ราว 25.1 ล้านราย ซึ่งเป็นบัญชีสินเชื่อที่มีการค้างชำระเกิน 90 วัน จนกลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ประมาณ 1.31.4 ล้านบัญชี
ก่อนหน้านี้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า ในไตรมาส 4 ของปี 2556 มีสินเชื่ออุปโภคบริโภคส่วนบุคคลที่มีเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 26.6% อยู่ที่ 71,612 ล้านบาท และที่ผิดนัดชำระหนี้เกิน 3 เดือนขึ้นไป เพิ่มขึ้น 45.8% หรือมีมูลค่า 10,920 ล้านบาท ขณะที่ยอดค้างชำระบัตรเครดิตเกิน 3 เดือนขึ้นไป เพิ่มขึ้น 31.3%







