
กบข.รอหารือธนชาต
ก่อนตัดสินใจบลจ.นครหลวงไทย ขอดูอนาคตหลัง2แบงก์ควบรวม
โพสต์ทูเดย์
— กบข. เล็งหารือธนาคารธนชาต หาข้อสรุปการถือหุ้น บลจ.นครหลวงไทย หลังธนาคารนครหลวงไทยควบรวมกับธนาคารธนชาตน.ส.โสภาวดี เลิศมนัสชัย เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีนโยบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการถือหุ้นในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) นครหลวงไทย ที่ กบข. ถือหุ้นอยู่ 40% เพราะต้องรอเจรจากับธนาคารธนชาตก่อนว่า ธนาคารธนชาตมีนโยบายอย่างไร
“
แนวทางการถือหุ้นใน บลจ.นครหลวงไทย สามารถทำได้หลายแนวทาง แต่การตัดสินใจดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดนั้น จะคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของ กบข.อย่างแน่นอน” น.ส.โสภาวดี กล่าวทั้งนี้ บลจ.นครหลวงไทย มีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท ซึ่ง กบข. ถือหุ้นในสัดส่วน 40% และธนาคารนครหลวงไทยถือหุ้นในสัดส่วน 60% โดยเมื่อต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ธนาคารธนชาตเข้าซื้อหุ้นและควบรวมกิจการกับธนาคารนครหลวงไทย
ในขณะที่ธนาคารธนชาตมี บลจ.ธนชาต เป็นบริษัทลูกอยู่แล้ว โดยถือหุ้นสัดส่วน 74.99% และธนาคารออมสินถือหุ้น 25%
แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมบริหารจัดการกองทุน ประเมินว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ บลจ.ธนชาต และ บลจ.นครหลวงไทย จะควบรวมกิจการกัน โดยคาดว่า กบข.จะขายหุ้นที่ถืออยู่ใน บลจ.นครหลวงไทยคืนให้กับธนาคารธนชาต
“
เพราะหากควบรวมกิจการโดยที่ กบข. ยังคงถือหุ้นอยู่ใน บลจ.นครหลวงไทย นั้น จะทำให้สัดส่วนผู้ถือหุ้นเดิมของ บลจ.ธนชาตลดลง ซึ่งเชื่อว่าทั้งธนาคารธนชาตและธนาคารออมสินคงจะไม่ยอม” แหล่งข่าวเปิดเผยขณะที่นายตระกูลจิตร จิตตไสยะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ธนชาต กล่าวว่า หลังจากธนาคารธนชาตควบรวมกับธนาคารนครหลวงไทยจะทำให้ บลจ.ธนชาต มีโอกาสในการดำเนินธุรกิจที่กว้างมากขึ้น ที่จะเสนอขายกองทุนให้กับฐานลูกค้าเดิมของธนาคารนครหลวงไทย โดยเฉพาะกองทุนตลาดเงินซึ่งถือเป็นจุดเด่นของ บลจ.ธนชาต
นายบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.ธนชาต กล่าวยอมรับว่า ปีนี้สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) ของ บลจ.ธนชาต คงจะไม่ถึง 1 แสนล้านบาท ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ เนื่องจากภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย แต่ยังไม่ได้มีการทบทวนหรือปรับลดเป้าหมายลง
กบข.ซื้อหุ้นบลจ.นครหลวงไทย 12 ล้านหุ้นหรือ 120 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท ส.ค.2550







