
รถมือสองซื้อ-ขายสะดุดฉุดป้ายแดง
พิษเศรษฐกิจ-การเมืองป่วน ทำตลาดรถมือสองเกิดสุญญากาศกระทบชิ่งป้ายแดง
พิษเศรษฐกิจ-การเมืองป่วน ทำตลาดรถมือสองเกิดสุญญากาศกระทบชิ่งป้ายแดง
นายสมชาย ตระกูลภิรมย์ ผู้จัดการ ทั่วไป บริษัท มาสเตอร์ เซอร์ทิฟายด์ ยูสคาร์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดรถยนต์มือสองอยู่ในสภาวะที่หาซื้อรถเพื่อนำมาขายต่อยาก เนื่องจากราคารถยังอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้ผู้ขายยังทำใจไม่ได้แม้ว่าราคารับซื้อจะทรงตัวมาสักระยะหนึ่งแล้วก็ตาม ขณะที่บริษัทไฟแนนซ์ก็ไม่ขายรถยนต์ออกสู่ตลาดหลังจากที่ยึดมาหรือนำไปประมูลด้วยเหตุผลเดียวกัน จึงทำให้เกิดภาวะสุญญากาศของการซื้อ-ขายรถมือสอง
ทั้งนี้ ปัจจัยดังกล่าวนอกจากจะส่ง ผลกระทบต่อตลาดรถยนต์มือสองแล้ว ยังได้ส่งต่อเนื่องถึงการจำหน่ายรถยนต์ในประเทศ เนื่องจากเมื่อผู้ซื้อไม่สามารถขายรถเก่าได้เพราะราคาต่ำเกินไป ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจยังชะลอตัว จึงชะลอการตัดสินใจซื้อรถยนต์ใหม่
สำหรับภาพรวมของราคาขายรถยนต์มือสองในปีนี้เริ่มสูงขึ้นจากปีก่อนที่ราคาลดลงไปถึง 20-25% ของราคารถยนต์ใหม่ในปีแรกมาอยู่ในสภาวะปกติที่ 10% ซึ่งในส่วนของผู้ประกอบการรถยนต์มือสองอย่างบริษัทในปีนี้กลับต้องซื้อรถยนต์ในราคาที่แพงขึ้นจากเดิม ส่งผลให้กำไรลดลงเหลือ 7-8% ต่อคัน จากเดิมอยู่ที่ 10% ต่อคัน นอกจากนี้มีรถบางรุ่นซึ่งเป็นที่ต้องการของลูกค้าและหาซื้อยาก บริษัทก็ต้องซื้อมาเพื่อขายแม้จะไม่มีกำไร
นายสมชาย กล่าวอีกว่า ในส่วนของสต๊อกสินค้าของบริษัทในช่วงนี้ลดลงจากระดับปกติ 270 คัน เหลือ 200 คัน จากปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว ซึ่งรถยนต์มือสองมัลติแบรนด์หรือรถยนต์ตลาดทั่วไปจะได้รับผลกระทบมาก แต่รถยนต์ที่เป็นที่ต้องการคือรถยนต์มือสองระดับพรีเมียมและรถยนต์นำเข้ายังไม่ได้รับผลกระทบ
อย่างไรก็ตาม กำลังซื้อของผู้บริโภคในตลาดรถยนต์มือสองยังมีอยู่ แต่ได้รับผลกระทบจากสภาวะแวดล้อมในประเทศ ไม่ดี ทั้งภาวะเศรษฐกิจและปัญหาความ ขัดแย้งทางการเมือง จึงเชื่อว่าหาก สถานการณ์ทางการเมืองสิ้นสุดลงกำลังซื้อผู้บริโภคจะฟื้นตัวดีขึ้น
“ก่อนหน้านี้ได้มีการคาดการณ์ว่ารถยนต์มือสองที่ถูกยึดในโครงการคืน ภาษีรถคันแรกจะเริ่มเข้าสู่ตลาดในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา แต่มองว่าหลังจากนี้ไม่เกิน 3 เดือน รถยนต์กลุ่มดังกล่าวจะทะลักเข้าสู่ตลาด เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บ ค่าเสื่อมสภาพเหล่านี้เกิดขึ้นทุกวัน หากเก็บไว้นานไปมูลค่าก็จะยิ่งลดลง”นายสมชาย กล่าว







