
SMEมะกันมั่นใจบิตคอยน์
เชื่อหนุนธุรกิจทำธุรกรรมการเงินรวดเร็วจี้รัฐเร่งออกกฎควบคุมเรียกเชื่อมั่นคืน
เชื่อหนุนธุรกิจทำธุรกรรมการเงินรวดเร็วจี้รัฐเร่งออกกฎควบคุมเรียกเชื่อมั่นคืน
รายย่อยมะกันมั่นใจใช้บิตคอยน์ เชื่อหนุนทำธุรกรรมสะดวก ร้องรัฐเร่งออกกฎควบคุม เรียกเชื่อมั่นคืน
บอสตันแมกกาซีน เปิดเผยความเคลื่อนไหวของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ในสหรัฐ ว่า ส่วนใหญ่ยังคงมีแนวโน้มใช้บิตคอยน์ สกุลเงินดิจิตอลในการดำเนินธุรกรรมทางธุรกิจต่อเนื่องไป แม้เกิดกระแสความกังวลเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของตลาดแลกเปลี่ยนบิตคอยน์ หลังเว็บไซต์เมานท์ก็อกซ์ ตลาดแลกเปลี่ยนบิตคอยน์ที่ได้รับความนิยมและมีปริมาณการแลกเปลี่ยนมากที่สุดในโลกในญี่ปุ่น ปิดตัวลงอย่างกะทันหัน ก่อนยื่นขอคุ้มครองล้มละลายเมื่อวันที่ 28 ก.พ.
ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กเมืองลุงแซม ซึ่งหมายรวมถึง เจเรมี อัลแลร์ ผู้ก่อตั้งบริษัท ไบรท์โคฟ บริษัทผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ด้านการผลิตสื่อดิจิตอลในบอสตัน ที่ใช้สกุลเงินบิตคอยน์ในการทำธุรกรรมทางธุรกิจและใช้ในชีวิตส่วนตัว ให้เหตุผลว่า สกุลเงินดิจิตอลเปิดทางให้การดำเนินธุรกรรมทางธุรกิจเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้นและเชื่อมั่นว่านวัตกรรมการแลกเปลี่ยนบิตคอยน์ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องจะช่วยเรียกความน่าเชื่อถือของบิตคอยน์กลับมา และกลายเป็นสกุลเงินแห่งอนาคตในไม่ช้า
กระนั้นก็ตาม ผู้ประกอบการเมืองลุงแซมมองว่า รัฐบาลแต่ละประเทศควรเร่งออกกฎหมายหรือมาตรการควบคุมการซื้อขายสกุลเงินเสมือนจริงนี้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นต่อนักลงทุน ประชาชน และธุรกิจในอนาคต
“แม้ว่ากระแสข่าวเชิงลบส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของบิตคอยน์ ทว่านวัตกรรมการพัฒนาที่ก้าวกระโดด จะช่วยส่งเสริมการใช้บิตคอยน์กลายเป็นสื่อกลางสำหรับแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการในกลุ่มธุรกิจและประชาชนรายย่อยทั่วโลกในอนาคตอันใกล้” อัลแลร์ ระบุ
ทั้งนี้ บิตคอยน์ เป็นสกุลเงินเสมือนจริงที่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลนิรนามสร้างขึ้นในปี 2009 ที่มีมูลค่าที่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้จริง โดยบิตคอยน์ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างมากในช่วงปี 2012 หลังร้านค้าหลายแห่งในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งรวมถึงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เริ่มยอมรับการใช้บิตคอยน์เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เหตุเพราะเว็บไซต์ผู้ให้บริการบิตคอยน์ไม่ใช่สถาบันการเงิน จึงทำให้ไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารกลางชาตินั้นๆ ขณะที่ยังไม่มีกฎหมายออกมาควบคุมการทำธุรกรรมบิตคอยน์อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ตลาดบิตคอยน์ถูกห้ามดำเนินการในบางประเทศ ซึ่งรวมถึงเวียดนามและไทย ที่กังวลเรื่องการถูกใช้เป็นช่องทางทำธุรกรรมของกลุ่มผิดกฎหมาย







