
"ไอ อีท ฟู้ดส์" ก้าวเร็วเพราะประสบการณ์
ชาเซีย ซาลีม สาวน้อยลูกครึ่งศรีลังกาอังกฤษ ได้แนวคิดทำธุรกิจอาหารฮาลาลพร้อมรับประทานขณะเป็นนักศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยวาร์วิกเมื่อปี 2006
โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา
ชาเซีย ซาลีม สาวน้อยลูกครึ่งศรีลังกาอังกฤษ ได้แนวคิดทำธุรกิจอาหารฮาลาลพร้อมรับประทานขณะเป็นนักศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยวาร์วิกเมื่อปี 2006 โดยระหว่างเลือกซื้อเสบียงตุนในหอพักกับเพื่อน ซาลีม พบว่า ตนเองเลือกรับประทานได้แต่ชีส ขนมปัง ผัก ผลไม้ หรืออาหารมังสวิรัติ ทั้งๆ ที่รับประทานเนื้อได้ แต่เพราะความเป็นมุสลิมที่ค่อนข้างเคร่งครัด ทำให้ไม่สามารถรับประทานอาหารที่ไม่ผ่านขั้นตอนการปรุงตามหลักฮาลาล
ความหิวในครั้งนั้น ทำให้ซาลีมตั้งคำถามกับตัวเอง ทำไมถึงไม่มีอาหารฮาลาลพร้อมรับประทานเหมือนอาหารทั่วไปบ้าง
“นั่นเป็นตอนที่ฉันตัดสินใจว่าต้องทำอะไรสักอย่าง โดยฉันใช้เวลาอีก 8 ปี ในการรวบรวมตัวต่อจิ๊กซอว์ที่จำเป็นให้เข้าที่ก่อนก่อตั้งธุรกิจ ไอ อีท ฟู้ดส์ ขึ้นมา” ซาลีม กล่าวต่อสถานีโทรทัศน์บีบีซีแห่งอังกฤษ
สาวน้อยลูกครึ่งรายนี้ยอมรับว่า ตนเองไม่ได้ผลีผลามลงมือทันทีหลังได้ไอเดียธุรกิจ เนื่องจากตระหนักดีว่ายังขาดความพร้อมและอ่อนด้อยประสบการณ์ โดย 8 ปีที่หมดไปนี้ ซาลีมเข้าร่วมงานแทบทุกอย่าง ทั้งๆ เป็นงานที่ได้เงินและไม่ได้เงิน ซึ่งจะมีเฉพาะช่วงหลังจบมหาวิทยาลัยเท่านั้นที่ซาลีมทำงานกินเงินเดือนแบบจริงจัง
กิจกรรมที่ทำก็มีตั้งแต่การเป็นครูฝึกทีมกีฬาฮอกกี้และเน็ตบอลให้กับสถาบัน ระหว่างเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งก็ลงขันกับเพื่อนซื้อรีสอร์ทตากอากาศในกัมพูชา ควบคู่กับการทำงานในบริษัทด้านการลงทุน ปีเตอร์ โจนส์ ที่ซึ่งซาลีมได้เรียนรู้อย่างจริงจังเรื่องการลงทุนและทำธุรกิจ
หลังจากทำงานที่บริษัท ปีเตอร์ โจนส์ ได้ 2 ปี ซาลีมก็ตัดสินใจลาออก โดยแม้จะเป็นโอกาสในชีวิตการทำงานที่ยอดเยี่ยมและหาได้ยากยิ่ง แต่ก็จำเป็นต้องลาออกเพื่อลงมือทำสิ่งที่เป็นไปเพื่อตัวเองอย่างแท้จริง
“ฉันจำเป็นต้องกระตุ้นตัวเอง” ซาลีม ระบุ พร้อมเล่าเพิ่มเติมว่า ตนเองตัดสินใจเดินทางไปกัมพูชาหลังลาออกจากงานในอังกฤษเพื่อลองงานใหม่ในฐานะผู้จัดการรีสอร์ทที่ลงขันซื้อกับเพื่อนไว้ ซึ่งเป็นที่ที่ซาลีมได้เรียนรู้งานด้านการบริหารจัดการ และปรับปรุงพัฒนา โดยภายใต้การดูแลของซาลีม เจ้าตัวจัดการแปลงรีสอร์ทให้กลายเป็นรีสอร์ทสีเขียวแห่งแรกของกัมพูชา
ความสำเร็จที่ได้ทำให้ซาลีมมีความมั่นใจมากขึ้นและตระหนักได้ว่าถึงเวลาที่ต้องกลับบ้านเกิดในอังกฤษมาทำตามความฝันที่วางไว้เสียที แต่ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาทำให้ซาลีมไม่ลืมขั้นตอนสำคัญที่สุดอย่างการสำรวจตลาดที่ช่วยให้ซาลีมเชื่อมั่นในธุรกิจอาหารฮาลาลพร้อมรับประทานของตนมากยิ่งขึ้น เพราะผลการสำรวจชี้ชัดว่ามีชาวอังกฤษเชื้อสายมุสลิมรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาอาหารฮาลาลพร้อมรับประทานทันสมัยในตลาด
“อาจเป็นพิซซ่า ลาซานญ่า หรือกระทั่งพายเนื้อ ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวมุสลิมรุ่นลูกอย่างเราต้องการกินเหมือนที่คนอังกฤษทั่วไปกินกัน” ซาลีม เล่า ก่อนอธิบายแนวคิดของ ไอ อีท ฟู้ดส์ ว่าเป็นอาหารพร้อมรับประทานเพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ยังเคร่งครัดในระเบียบฮาลาลตามหลักมุสลิม รวมถึงโอกาสที่จะสรรหาอาหารสุขภาพดีมารับประทานด้วย
ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า ด้วยความพร้อมจากประสบการณ์ที่สั่งสมมา ทำให้สินค้าของ “ไอ อีท ฟู้ดส์” ทั้งหมด 12 แบบใช้เวลาไม่ถึงปี คือภายในเดือน ก.ย. หลังการก่อตั้งในต้นปี 2013 มีพื้นที่บนชั้นวางอาหารพร้อมรับประทานในเซนบูรีส์ ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำของอังกฤษในสาขาลอนดอน เบอร์มิงแฮม และไลเซสเตอร์
“ฉันตั้งเป้าจะค่อยๆ ขยายตลาดไปเรื่อยๆ โดยฉันรู้ว่าต้องทำอะไร เมื่อไร และอย่างไร เพราะประสบการณ์ที่สั่งสมมา” ซาลีม สรุป







