
เซเว่นนำรายย่อยบุกเออีซี
ชูช่องทางออนไลน์แคตตาล็อคหวังขายสินค้าเอสเอ็มอีโอท็อป5พันล้าน
ชูช่องทางออนไลน์แคตตาล็อคหวังขายสินค้าเอสเอ็มอีโอท็อป5พันล้าน
เซเว่นฯ นำสินค้าเอสเอ็มอีโอท็อป วางเป้าปี 57 ยอดขายแตะ 5,500 ล้านบาท บุกตลาดเออีซี วางเป้ายอดขาย 5,500 ล้านบาท
นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ ผู้บริหารร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เปิดเผยว่า นโยบายบริษัทจะมุ่งให้ความสำคัญในการทำตลาดร่วมกับเจ้าของสินค้ารายย่อย หรือผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และวิสาหกิจชุมชน หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอท็อป) ในเชิงรุก โดยจะเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ประกอบการเพื่อส่งตรงถึงมือผู้บริโภคผ่าน 7,500 สาขาทั่วประเทศ
นอกจากนี้ ยังเตรียมให้คำแนะนำกับเจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอีและโอท็อป ในการผลิตสินค้าที่ตรงกับความต้องการของตลาดด้านต่างๆ อาทิ คุณภาพสินค้า บรรจุภัณฑ์ (แพ็กเกจจิ้ง) รวมทั้งประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการขอตราสัญลักษณ์ หรือมาตรฐานการผลิต ฯลฯ เพื่อให้สินค้ามีคุณภาพ ความปลอดภัย หรือถูกสุขลักษณะ เป็นต้น
ทั้งนี้ ปัจจุบันร้านเซเว่น อีเลฟเว่น มีสินค้าในกลุ่มเอสเอ็มอีและโอท็อปรวมกันราว 6,848 รายการ จากพันธมิตรผู้ประกอบการราว 405 ราย
ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้เปิดตัวหน่วยธุรกิจใหม่ไปเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ภายใต้ชื่อ ทเวนตี้โฟร์ ช็อปปิ้ง (24shopping) ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางการขายสินค้าและทำตลาดเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกร ธุรกิจเอสเอ็มอี และผลิตภัณฑ์โอท็อปโดยเฉพาะ รวมทั้งเป็นการสนับสนุนให้ขยายการทำตลาดผ่านเครือข่ายออนไลน์ หรืออีคอมเมิร์ซ นอกเหนือจากช่องทางขายหลัก เซเว่น แคตตาล็อค ที่มีสินค้าจำหน่ายหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 6,900 รายการ
สำหรับทิศทางธุรกิจดังกล่าว ยังเป็นส่วนหนึ่งในการเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีและโอท็อปที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดอาเซียน ภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปลายปี 2558 ด้วย ภายใต้แนวคิด “ซีพี ออลล์ ส่งเสริมเอสเอ็มอีไทย ก้าวไกลสู่อาเซียน” ที่จะเข้มงวดมาตรฐานต่างๆ กับเจ้าของสินค้าทุกประเภท
“ในช่วงที่ผ่านมามีผู้ส่งออก (ซัพพลาย เออร์) หลายรายใช้วิธีเลือกดูสินค้าที่สนใจจากเซเว่น แคตตาล็อค เพื่อคัดเลือกทำตลาดส่งออกในหลายประเทศ อาทิ มะม่วงแปรรูป ภายใต้แบรนด์ ‘วรพร’ ผลิตภัณฑ์บ้านมะขาม และอื่นๆ เป็นต้น” นายสุวิทย์ กล่าว
ปัจจุบัน กลุ่มผลิตภัณฑ์เอสเอ็มอีและโอท็อปที่มีแนวโน้มเติบโตดี ประเมินจากยอดขายในแต่ละช่องทางของบริษัทที่อยู่ในลำดับต้นๆ คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรแปรรูป และกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม โดยในปี 2556 ที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายจากสินค้ากลุ่มดังกล่าวราว 4,400 ล้านบาท และในปี 2557 นี้ วางเป้าหมายรายได้ที่มาจากกลุ่มสินค้าเอสเอ็มอีและโอท็อป อยู่ที่ 5,500 ล้านบาท







