
ลดงัดข้อการเมือง
หนุนตลาดหุ้นตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มแกว่งขึ้นทะลุ 1,330 จุด และมีโอกาสขึ้นไปได้ถึง 1,3601,370 จุด หลังสถานการณ์ทางการเมืองลดความร้อนแรงลง
หนุนตลาดหุ้นตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มแกว่งขึ้นทะลุ 1,330 จุด และมีโอกาสขึ้นไปได้ถึง 1,3601,370 จุด หลังสถานการณ์ทางการเมืองลดความร้อนแรงลง
การหาทางออกทางการเมือง โดยการเจรจาเริ่มขยับแล้ว แม้จุดยืนของทั้งสองฝ่ายยังคงแตกต่างกันสุดขั้ว แต่อย่างน้อยได้ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุรุนแรงเฉพาะหน้า
การประกาศเลิก “ชัตดาวน์” กรุงเทพฯ ได้ช่วยบรรเทาผลกระทบต่อภาคธุรกิจ และการสัญจรในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน ตลอดจนเศรษฐกิจไทยที่กำลังชะลอตัวอย่างหนัก ศูนย์การค้าต่างๆ โดยเฉพาะที่เคยอยู่ใกล้พื้นที่การชุมนุมเตรียมอัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย เพื่อเรียกความเชื่อมั่นและกระตุ้นกำลังซื้อ
อย่างไรก็ดี ต้องติดตามทิศทางการเมือง หลัง 3 มี.ค. ที่ครบ 30 วันหลังการเลือกตั้ง 2 ก.พ. รัฐบาลจะสามารถรักษาการต่อไปได้เรื่อยๆ หรือไม่ คำวินิจฉัยขององค์กรอิสระต่างๆ โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช.จะช่วยคลี่คลายสุญญากาศทางการเมืองภายในเดือน มี.ค.หรือไม่
ขณะที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาเกือบหมดแล้ว ส่วนใหญ่ใกล้เคียงหรือแย่กว่าที่ประเมินไว้ แต่ราคาหุ้นที่ลดลงมาจากจุดสูงสุดเมื่อปลายเดือน พ.ค.ปีก่อน ได้หนุนให้หุ้นจำนวนมากให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงกว่า 5% จึงเกิดการเก็งกำไรเงินปันผล และยังช่วยจำกัดความเสี่ยงด้านล่าง
เมื่อการเมืองลดความร้อนแรง หุ้นที่เคยถูกกระทบจึงเริ่มโงหัวขึ้นตั้งแต่ปลายสัปดาห์ก่อน โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น AOT, CENTEL, MINT, ERW รวมถึงหุ้นที่ กปปส.รณรงค์ให้บอยคอต
เศรษฐกิจสหรัฐ จีน และญี่ปุ่น ยังคงชะลอตัว แต่นโยบายการเงินยังไม่เปลี่ยน
จีนรายงานกิจกรรมในภาคผลิตชะลอต่ำสุดในรอบ 8 เดือน ดัชนี PMI อยู่ที่ 50.2 ในเดือน ก.พ. จาก 50.5 ในเดือน ม.ค. สหรัฐและยุโรปจะรายงานตัวเลขการผลิตเดือน ก.พ.ในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะส่งสัญญาณต่อภาคการผลิตรวมของเศรษฐกิจโลก
สหรัฐจะรายงานตัวเลขการจ้างงานในวันศุกร์ โดยคาดว่าการจ้างงานนอกภาคเกษตรจะเพิ่มขึ้น 1.5 แสนตำแหน่งในเดือน ก.พ. ซึ่งจะเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 2 แสน ตำแหน่ง ภาวะอากาศที่หนาวเย็นผิดปกติยังคงเป็นปัจจัยที่อธิบายการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ
ขณะที่ประธานเฟดคนใหม่ชี้ว่า การปรับลดการกระตุ้นเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับสัญญาณเศรษฐกิจในระยะถัดไป แต่ประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐแค่ชะลอตัวชั่วคราว นั่นหมายความว่า เฟดมีแนวโน้มจะลด QE ต่อเนื่องในการประชุมกลางเดือน มี.ค.
ด้านธนาคารยูโรยังคงเผชิญแรงกดดันให้กระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ด้วยการลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากอัตราการว่างงานยังสูงลิ่วอยู่ที่ 12% ในเดือน ม.ค. ขณะที่เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำมาก
แม้เศรษฐกิจของประเทศหลักดูชะลอลงบ้าง แต่ส่วนใหญ่ยังมองว่าภาพรวมยังดูดีและจะกระเตื้องขึ้นเมื่อผ่านฤดูหนาวไป ขณะที่เศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่ชะลอตัวมากกว่า และเผชิญความผันผวนจากกระแสเงินทุนไหลออก อันเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากการลด QE ของธนาคารกลางสหรัฐ
แม้ส่วนใหญ่ยังมองว่ากระแสเงินมีแนวโน้มไหลเข้าตลาดของประเทศที่พัฒนาแล้วต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นของตลาดเกิดใหม่ที่ลดลงมากในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งสวนทางกับตลาดหุ้นของประเทศที่พัฒนาแล้ว ทำให้ค่าพี/อีที่เคยใกล้เคียงกัน แตกต่างกันมาก Valuation ที่เริ่มถูกของตลาดหุ้นเกิดใหม่ จึงช่วยจำกัดความเสี่ยงด้านล่าง
ภายใต้สถานการณ์ที่การเมืองลดความร้อนแรงลง ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศทรง ดัชนีหุ้นจึงมีแนวโน้มแกว่งขึ้นทะลุ 1,330 จุด และมีโอกาสขึ้นไปได้ถึง 1,3601,370 จุด นำโดยหุ้นที่เคยได้รับผลกระทบจากเหตุการเมือง
พบกันใหม่ครั้งหน้าครับ







