
ภาคธุรกิจชอร์ตเงินเช็คเด้งทะยาน
ธปท.ระบุเศรษฐกิจชะลอตัวหนัก เช็คเด้งทะยาน ผู้ประกอบการสภาพคล่องตึงตัวมากขึ้น สั่งจับตา
ธปท.ระบุเศรษฐกิจชะลอตัวหนัก เช็คเด้งทะยาน ผู้ประกอบการสภาพคล่องตึงตัวมากขึ้น สั่งจับตา
นางรุ่ง มัลลิกะมาส โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัวในขณะนี้ เริ่มส่งผลให้สภาพคล่องของภาคครัวเรือนมีปัญหาจนทำให้ระดับหนี้เพิ่มขึ้นบ้าง โดยสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาส 4 น่าจะเพิ่มสูงขึ้นจากระดับ 80% ในไตรมาส 3 ธปท.จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ในช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ธปท.ยังพบว่ายอดเช็คคืนไม่มีเงิน (เช็คเด้ง) เริ่มมีปริมาณเพิ่มขึ้นจริง โดยเช็คเด้งส่วนใหญ่กว่า 90% อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่ยังถือว่ามีสัดส่วนต่อมูลค่าเช็ครวมทั้งระบบ ไม่ได้ทะยานสูงขึ้นมากจนน่าห่วง
ทั้งนี้ สัดส่วนของเช็คเด้งต่อปริมาณเช็คทั้งระบบของสถาบันการเงินล่าสุดในเดือน ม.ค. ยังอยู่ในระดับแค่ 0.3% ของมูลค่าเช็ครวม แต่ก็มีปริมาณเพิ่มขึ้นจากเดือน ธ.ค. 2556 ซึ่งอยู่ที่ 0.22% และเพิ่มขึ้นจากเดือน ต.ค. 2556 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 0.19% แม้จะเป็นการเพิ่มในสัดส่วนที่ต่ำ และไม่ได้ทะยานสูงขึ้นมากถึงขั้นอันตราย แต่ก็ต้องติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด
“ปริมาณการเพิ่มของเช็คเด้งในภาวะเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เนื่องจากเกิดขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และหากเทียบกับสัดส่วนเช็คเด้งเฉลี่ยในช่วง 14 ปีที่ผ่านมา ที่มีสัดส่วน 0.32% ถือว่าใกล้เคียงกัน ธปท.จึงยังไม่เป็นห่วงผลกระทบต่อการค้าการลงทุนที่จะเกิดขึ้นจากเช็คเด้งมากนัก แต่ก็จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป” โฆษก ธปท. กล่าว
นางรุ่ง ยังชี้แจงอีกว่า ธปท.ยอมรับว่าเช็คเด้งได้เพิ่มขึ้นจริง แต่ไม่ได้มีสัดส่วนที่สูงจนถึงขั้นอันตราย และผลสำรวจที่สอบถามจากผู้ประกอบการในหลายธุรกิจ พบว่ามีผู้ประกอบการเกินครึ่งเล็กน้อยที่ยอมรับว่ามีสภาพคล่องตึงตัวขึ้นจากเดือนก่อนบ้าง แต่ก็อยู่ในภาวะที่ตึงตัวขึ้นไม่มากนัก เหมือนช่วงปี 2551-2552 ซึ่งรุนแรง แต่เกิดขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งเริ่มมีสภาพคล่องตึงตัว เช็คเด้งจึงเพิ่มขึ้น
โฆษก ธปท. ยังประเมินอีกว่า ถึงแม้เศรษฐกิจไทยจะชะลอและมีปัญหาการชุมนุมยืดเยื้อ และมีเหตุรุนแรงขึ้น ทำให้การไหลเข้าออกของเงินทุนสุทธิของนักลงทุนต่างประเทศตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันยังคงเป็นการไหลออกสุทธิมาต่อเนื่อง ตั้งแต่ปลายปี 2556 แต่การไหลออกในเดือน ก.พ.นี้ เริ่มชะลอลง เพราะตลาดพันธบัตรเริ่มจะมีเงินไหลกลับเข้ามาซื้อคืนบ้าง ขณะที่การขายสุทธิของนักลงทุนในตลาดหุ้นก็เริ่มชะลอตัวเช่นกัน
“นักลงทุนต่างชาติเริ่มที่จะเข้าใจการเมืองไทยมากขึ้น โดยการเคลื่อนไหวของเงินทุนได้รวมความเสี่ยง หรือตอบสนองความเสี่ยงจากปัจจัยการเมือง และการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยไปแล้วในระดับหนึ่ง” นางรุ่ง กล่าว







